4 วิธีสร้างภูมิคุ้มกันให้ชีวิตที่อาจเจอวิกฤตได้ทุกเวลา

ร่างกายจะแข็งแรงได้หากมีภูมิคุ้มกันที่ดี.. แล้วหากอยากให้ชีวิตแข็งแรงล่ะ สามารถเสริมภูมิคุ้มกันได้ไหม? 

วิกฤตอาจมาเยือนชีวิตได้แบบที่ไม่ทันตั้งตัว อย่างเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เราจึงควรเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันไว้เพื่อคอยต้านทานสิ่งที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งให้สามารถฟื้นฟูจากผลกระทบ กลับมามีชีวิตที่ปกติได้อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วจะมีวิธีใดช่วยเสริมภูมิคุ้มกันชีวิตให้เราได้บ้างนั้นมาดูกัน


1. ใส่ใจอาหารการกินให้มากขึ้น สร้างเกราะป้องกันจากภายใน
จุดเริ่มต้นของการมีชีวิตที่ดีเริ่มที่การดูแลสุขภาพ เพราะฉะนั้นควรหันมาใส่ใจเรื่องอาหารที่มีผลต่อสุขภาพ ถ้าหักดิบไปทานคลีนเลยไม่ไหว ก็ลองเลือกอาหารที่มีคุณภาพ ค่อยๆ ลดความหวาน มัน เค็ม ฝึกไปเรื่อยๆ ร่างกายก็จะเริ่มชิน และอย่าลืมคำนวณสารอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกาย หากอยากให้ได้ผลไว โปรตีนต้องถึง ไขมันควรเลี่ยง รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ใครพอมีเวลาก็ทำอาหารทานเอง จะได้เลือกซื้อวัตถุดิบจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ และหากเลือกแบบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)* ได้ก็ยิ่งดีเลยล่ะ

*Traceability คือ กลไกเพื่อติดตามที่มาของสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงผู้บริโภค ซึ่งในแต่ละขั้น
ตอนมีกรรมวิธีการผลิตอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยงของผู้บริโภคในการบริโภคหรือใช้สินค้าที่ไม่ปลอดภัย

2. เสริมทักษะชีวิต ผ่านคอร์สเรียนออนไลน์ 
ไม่ว่าจะต้องการเสริมความแข็งแกร่งของทักษะให้กับงานในปัจจุบัน หรืออยากเปิดโลก ต่อยอดความรู้ในแขนงอื่นๆ เพิ่มเติม ก็มีคอร์สออนไลน์ให้เลือกลงเรียนมากมาย ซึ่งช่องทางการเรียนรู้เริ่มต้นที่แนะนำมีดังนี้
 
- MOOC (Massive Open Online Course) แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ทางภาครัฐร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ เปิดสอนคอร์สเรียนที่หลากหลาย รวมถึงทักษะที่เสริมความสามารถในด้านวิชาชีพต่างๆ ซึ่งสามารถเรียนได้ฟรี ปัจจุบันมีให้เลือกเรียนกว่า 300 รายวิชา
- SkillLane แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสายงานสามารถสร้างคอร์สเรียนของตัวเองได้ คอร์สจึงมีให้เลือกเยอะมาก มีข้อดีคือสามารถดูคะแนนโดยเฉลี่ยและรีวิวของผู้สอนได้ ซึ่งมีให้เลือกทั้งคอร์สเรียนฟรีและมีค่าใช้จ่าย รวมกว่า 1,000 คอร์ส
- Grow with Google แหล่งรวบรวมความรู้และเครื่องมือเทคโนโลยี เพิ่มทักษะดิจิทัลใหม่ๆ ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำงานสมัยนี้ มีทั้งในหมวดของเจ้าของธุรกิจ พนักงานสายงานการตลาด นักพัฒนาโปรแกรม รวมถึงครูผู้สอนและนักเรียนนักศึกษา เข้าเรียนได้ฟรี

3. มีงานรองทำควบคู่ไปกับงานหลัก สร้างลู่ทางให้ไปต่อหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน 
ใครบ้างที่จะรู้ว่างานประจำที่ทำอยู่ทุกวันนี้มีความมั่นคงสักแค่ไหน? หรือถึงแม้จะมั่นใจ.. การเตรียมแผนสำรองไว้ก็ไม่มีอะไรเสียหาย โดยงานเสริมนั้นอาจเกิดจากการต่อยอดของงานอดิเรกที่เราหลงใหล เช่น หากชอบท่องเที่ยวก็ทำรีวิว ชอบถ่ายรูปก็ส่งขายที่เว็บไซต์ ชอบทำอาหาร/ขนม ก็เปิดรับออเดอร์เล็กๆ น้อยๆ หรือหากถนัดด้านการค้าขาย อาจเริ่มต้นจากการรับของๆ ที่อื่นมาขายอีกทีก็เป็นวิธีที่ค่อนข้างปลอดภัย 

4. วางแผนทางการเงิน รองรับทุกช่วงจังหวะของชีวิต
การวางแผนการเงินมักเป็นสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนและอีกหลายๆ อาชีพไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร เพราะรู้สึกว่ายุ่งยากหรือไม่จำเป็น เนื่องจากออมเงินไว้อยู่แล้ว แต่จริงๆ แล้วการวางแผนการเงินนั้นมุ่งหมายถึงการจัดสรรเงินให้ดำเนินชีวิตแต่ละช่วงวัยได้อย่างมีสุขภาพการเงินที่ดี รวมถึงเป็นการเตรียมตัวเกษียณ ซึ่งหากรู้จักวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยให้เกษียณอายุตัวเองได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ต้องไปรบกวนใครๆ

ซึ่งในการวางแผนการเงินนั้น นอกจากการออมแล้วยังต้องมีนิสัยในการใช้เงินที่ดี มีวินัย ปูทางไปสู่การสร้างความมั่งคั่งต่อไป และกว่าที่จะมีความมั่งคั่งและคงไว้ได้นั้นก็ต้องมีการวางแผนประกัน วางแผนลงทุน และวางแผนภาษีต่างๆ ประกอบด้วย แต่หากคุณยังรู้สึกไม่มั่นใจที่จะวางแผนด้วยตนเอง ก็สามารถการวางแผนร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงินจากพรินซิเพิลหรือ Principal’s Consultant ได้เช่นกัน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.principal.th/th/wangaephnekmkarengin-karthanganrwmkankabthiiprueksa

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน