5 ที่เที่ยวต่างประเทศสำหรับ 1st Jobber

สำหรับผู้ที่เพิ่งก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย เข้าสู่ชีวิตการทำงานเป็นครั้งแรก หรือ First Jobber คงจะอยากพาตัวเองไปท่องเที่ยวบ้าง เพื่อพักผ่อนจากการทำงานที่สภาพแวดล้อมหลายๆ อย่างเปลี่ยนไปจากตอนเรียน แล้วถ้าอยากไปเที่ยว ควรจะไปที่ไหนดี? ที่ไม่ทำให้งบบานปลาย
วันนี้เรามี 5 ที่เที่ยวต่างประเทศ ที่เหมาะสำหรับ 1st Jobber ที่ไม่ได้ไกลจากประเทศบ้านเรา และแน่นอนว่าไม่ทำให้กระเป๋าสตางค์เราสั่นคลอนเท่าไหร่ จะเป็นประเทศอะไรบ้าง ติดตามกันเลย

1. กัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) ประเทศมาเลเซีย

ประเทศที่อยู่ติดชายแดนใต้บ้านเรา มีแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะกับทุกรสนิยมเลย แต่เมื่อไปถึงมาเลเซียแล้ว จุดไฮไลท์ที่ต้องไป คือ ตึกแฝดเปโตรนาส (Petronas Twin Towers)  เป็นตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก ที่ไม่ว่าใครๆ ที่มาประเทศมาเลเซีย จะต้องมาถ่ายภาพเพื่อบอกว่าเรามาถึงแล้วนะ ตั้งอยู่ที่กัวลาลัมเปอร์

2. เวียงจันทน์ (Vientiane) ประเทศลาว

ประเทศเพื่อนบ้านของเรา ที่ไปแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสาร สามารถใช้ภาษาไทยคุยกันได้เลย และยังเป็นประเทศที่มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก สายธรรมชาติต้องมาที่ วังเวียง (Vang Vieng) นี้เลย ได้ดื่มด่ำความเป็นธรรมชาติอย่างเต็มที่ เพราะวังเวียงถูกล้อมด้วยภูเขาและแม่น้ำ อยู่ห่างจากเมืองหลวงเวียงจันทน์ประมาณ 150 กิโลเมตร

3. ประเทศสิงคโปร์

ประเทศเล็กๆ ที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ไปถึงสิงคโปร์แล้วต้องไม่พลาดถ่ายภาพและเช็คอินกับสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์อย่าง เมอร์ไลออน (Merlion Park)  นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงให้เดินชมทั้งกลางวันและกลางคืนได้อีกด้วย

4. ดานัง (Da Nang) ประเทศเวียดนาม

ในช่วงปี 2017-2018 ประเทศเวียดนามมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง ทำให้มีนักลงทุนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สถานที่ท่องเที่ยวอย่าง บานาฮิลล์ (Ba Na Hills) ทำให้เราได้ไปเที่ยวเวียดนาม พร้อมกับได้บรรยากาศเหมือนอยู่ในหมู่บ้านที่ฝรั่งเศส อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 40 กิโลเมตร

5. พนมเปญ (Phnom Penh) ประเทศกัมพูชา

ประเทศในกลุ่ม AEC ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาก เหมือนได้เที่ยวในยุคโบราณและยุคปัจจุบันไปพร้อมๆ กัน ของที่ขายอยู่ใน ตลาดกลาง (Central Market) มีให้เลือกซื้อมากมาย แต่สิ่งที่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจ คือ ตัวอาคาร ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาดในถ่ายภาพ

อยากไปแล้ว… ไปอย่างไรล่ะ?

แน่นอนว่าต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน แต่การจะบินไปเที่ยวแบบกระชับกระเป๋าสตางค์ จะต้องใช้โปรตั๋วเครื่องบินเข้าช่วย แล้วจะไปหาได้จากที่ไหน? ต้องอาศัยตัวช่วยอย่างเพจโปรต่างๆ ใน Facebook เช่น Ar-pae.com, ChangTrixGet, ติดโปร - PRO addict และเพื่อนบอกโปร เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เราวางแผนการท่องเที่ยวได้ง่ายมากขึ้น เพราะ
1. รวบรวมโปรตั๋วเครื่องบิน ทั่วโลกมาให้เห็นตลอด
2. นอกจากโปรตั๋วเครื่องบินแล้ว ยังมีโปรตั๋วเครื่องบิน+ที่พักมาให้ด้วย
3. เราจะได้ราคาตั๋วเครื่องบิน และ/หรือค่าที่พัก ที่เรียกได้ว่าถูกที่สุดมาครอบครอง

3 สิ่งนี้ทำให้เราวางแผนได้สะดวกและประหยัดงบมากขึ้น แต่ข้อควรรู้คือโปรเหล่านี้… มักจะถูกจัดอยู่ในรอบบินวันธรรมดา และเป็นเวลาเช้าตรู่ หรือดึกดื่นมาก เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นในส่วนนี้เพื่อนๆ จะต้องชั่งใจกันว่า ความถูกกับความสะดวกของเรา แบบไหนสำคัญกว่า

Tips เล็กๆ ในการวางแผนท่องเที่ยวแบบรัดเข็มขัด

เราต้องมีการวางแผนที่ชัดเจน ตั้งแต่เรื่องการเดินทาง, ที่พัก, อาหารการกิน, การ Shopping ฯลฯ เพราะจะทำให้เรารู้งบประมาณที่แท้จริง และรู้ว่าควรจะเตรียมเงินเผื่อไปอีกเท่าไหร่
ข้อควรระวัง เนื่องจากเป็นการท่องเที่ยวแบบเดินทางไปกันเอง ต้องใช้รถสาธารณะ หรือ ยานพาหนะของประเทศนั้นๆ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกเรียกราคาเกินจริงไปบ้าง ก็เผื่อเงินตรงนี้ไปกันสักหน่อยนะจ๊ะ
แต่เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์แบบนี้ อีกทางเลือกในการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ คือ การไปทัวร์ ข้อได้เปรียบของการไปทัวร์ คือ เราไม่ต้องวางแผนท่องเที่ยวเอง เพราะเรื่องการเดินทาง เรื่องอาหาร ทางทัวร์จัดไว้หมดแล้ว เราเตรียมเงินเผื่อไว้สำหรับการ Shopping ก็เพียงพอ แต่ข้อเสียเปรียบคือเราอาจจะได้ใช้เวลาดื่มด่ำบรรยากาศในแต่ละที่ค่อนข้างน้อย และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับค่าทิปให้กับไกด์และคนขับรถ
ส่วนเรื่องงบประมาณที่รวมทุกอย่างแล้ว ระหว่างไปเองหรือไปกับทัวร์ค่อนข้างจะใกล้เคียงกัน หากไปเที่ยวแบบ 3 วัน 2 คืน จะอยู่ที่ประมาณ 8,000-12,000 บาท 4 วัน 3 คืน มีตั้งแต่ 10,000 บาทไปจนถึง 15,000 บาท หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับสายการบิน

การเก็บเงินสำหรับไปเที่ยว

หากไปเที่ยวประเทศเหล่านี้ ปีละ 1 ครั้ง สัดส่วนที่แนะนำให้เก็บจากเงินเดือน 100% คือ เก็บออมเพื่อเป้าหมายในอนาคต 10-20% (เช่น เพื่อการเกษียณ เพื่อเรียนต่อปริญญาโท ฯลฯ) เก็บออมเพื่อการท่องเที่ยว 10% และเป็นรายจ่ายปกติ 70-80% ลองคำนวณตามฐานเงินเดือนที่ 15,000 บาท 10% คือ 1,500 บาท เก็บแบบนี้ไป 7 เดือน จะมีเงินก้อนที่ 10,500 บาท ซึ่งเพียงพอต่อการจองตั๋ว ที่พัก หรือจองทัวร์ ตัวอย่างนี้เป็นเพียงสัดส่วนที่แนะนำเท่านั้น หากมากหรือน้อยไป เพื่อนๆ สามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามความจำเป็นในการใช้เงินนะ

คำถามต่อไป เก็บเงินไว้ที่ไหนดี?

แนะนำให้เก็บไว้ที่สินทรัพย์ทางการเงิน 1 ใน 3 อย่างนี้ คือ
1. เงินฝากประจำ - เป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี มีระยะเวลาการฝากตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน ไปจนถึง 3 ปีก็มี แต่เมื่อเราจะใช้เงินเที่ยวในระยะสั้นๆ นี้แล้ว เลือกรอบการฝากตามที่เราจะใช้เงินได้เลย
2. กองทุนรวมตลาดเงิน - เป็นการลงทุนในเงินฝาก และตราสารหนี้ระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี ทำให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าฝากออมทรัพย์เช่นกัน และมีสภาพคล่องที่สูง หลังจากทำรายการขาย รอเงินเข้าบัญชีเพียง 1 วันทำการเท่านั้น
3. กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น - เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้นมากกว่าเงินฝากเล็กน้อย ดังนั้นจะมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่ากองทุนรวมตลาดเงินด้วย สภาพคล่องก็ยังถือว่าสูงเช่นกัน หลังจากทำรายการขาย รอเงินเข้าบัญชีเพียง 1-2 วันทำการ (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุน)

วันนี้ฝากไว้เท่านี้สำหรับ 5 ที่เที่ยวต่างประเทศ สำหรับ 1st Jobber ใครสนใจอยากไปเที่ยวประเทศไหน ก็สามารถเก็บออมตามวิธีที่แนะนำด้านบนและแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวกันได้เลย เพราะการท่องเที่ยวก็ทำให้เราได้พักผ่อนและเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ไปพร้อมๆ กัน