Market Update

เมื่อวันที่ 18-19 มิถุนายนที่ผ่านมา ผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FOMC ได้มีมติที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯให้อยู่ในระดับ 2.25-2.50 % ตามคาดการณ์ของตลาด ด้วยเสียงโหวต 9-1 และได้มีแถลงการณ์มุมมองด้านเศรษฐกิจในเชิงบวก มีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามคณะกรรมการ FOMC ได้ตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากความไม่แน่นอนในภาคเศรษฐกิจและการเงินมากขึ้น ทั้งนี้ 1 เสียงโหวตที่แสดงความเห็นต่างนั้นมาจากนาย James Bullard ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานธนาคารกลางสหรัฐของเซนต์หลุยส์ ซึ่งมองว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ที่เหมาะสมนั้นควรอยู่ในระดับต่ากว่าปัจจุบัน 0.25% สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในตลาดการเงินต่อความเป็นไปได้ในการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการ FOMC ในอนาคต

ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่งปัจจัยที่ค่อนข้างเป็นที่จับตาของนักลงทุนในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน หลังนาย Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ขู่จะพิจารณาและหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้กับทางการสหรัฐฯ ในการเก็บภาษีสินค้านาเข้าจากจีนในกลุ่มที่ 4 (4th tranche) ซึ่งมีมูลค่า 325 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงระหว่างวันที่ 17-24 มิถุนายน 2019 ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และจะเป็นไปในลักษณะใด ซึ่งถ้ามองจากสถานการณ์ปัจจุบันเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2019 ที่ นาย Donald Trump เองได้ออกมาประกาศว่า เขาได้มีบทสนทนาทางโทรศัพท์ที่ดีมากกับนาย Xi Jinping ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน นั้นก็นับเป็นข่าวดีต่อภาคเศรษฐกิจและการลงทุนโลก นอกจากนี้หากมองจากประเภทสินค้านาเข้าในกลุ่มที่ 4 ที่ทางการสหรัฐฯเตรียมที่จะเก็บภาษี นับว่ามีความเป็นไปได้ต่าและน่าจะทาได้ยากกว่าในกลุ่มอื่น ๆ
 

iprop

                                                                                              Source: UBS, LGT as of May 2019

เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่จัดอยู่ในประเภท Consumer products การขึ้นภาษีสินค้ากลุ่มนี้จึงสามารถส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้บริโภคโดยตรง ในขณะที่ประเด็นเรื่องการประชุม G20 ที่นาย Donald Trump และ นาย Xi Jinping ซึ่งจะต้องมีวาระพบปะกันในประเทศญี่ปุ่นช่วงปลายเดือน (28-29 มิถุนายน 2019) โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จากัด (บลจ พรินซิเพิล) คาดว่าสหรัฐฯ และจีนมีโอกาสที่จะยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

ด้วยมุมมองต่อประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน และภาพเศรษฐกิจที่คาดว่าจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ทาง บลจ พรินซิเพิล เชื่อว่า ภาพการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี 2019 ยังมีโอกาสที่จะมีทิศทางตลาดที่ไม่แน่นอน ซึ่งสนับสนุนการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีลักษณะ Yield play assets ในที่นี้รวมไปถึงสินทรัพย์ในกลุ่ม Property Funds & REITs ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้หากมองในกลุ่มนักลงทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Property Funds & REITs ต้องยอมรับว่าการที่ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกอยู่ในระดับต่าง ๆ มาเป็นระยะเวลา 10 ปี เป็นปัจจัยที่ดึงดูดให้นักลงทุนหลายๆ กลุ่มที่มีพฤติกรรมในการแสวงหาผลตอบแทน (Search for Yield) เข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Property Funds & REITs ซึ่งเป็นสินทรัพย์ในกลุ่มที่จ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดให้นักลงทุนในอัตราที่ค่อนข้างสูง (Dividend Yield เฉลี่ย ณ ปัจจุบัน 4.6% - 5.4%) ทำให้ ณ ปัจจุบัน กลุ่มของนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Property Funds & REITs นั้นมีความหลากหลาย ทั้งกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้นและกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่เน้นลงทุนระยะยาวอย่างเช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินลงทุนของพอร์ตประกัน รวมถึงเงินลงทุนของนิติบุคคล ฯลฯ ซึ่งปัจจัยนี้ บลจ.พรินซิเพิล มองว่าเป็นอีกตัวช่วยที่สามารถลดผลกระทบทางลบ ในจังหวะที่ราคาสินทรัพย์กลุ่มนี้เกิดความผันผวนด้วย

อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน นักลงทุนจะมีคาถามว่า “ราคาสินทรัพย์ในกลุ่ม Property Funds & REITs ทั่วโลก มีการปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้สินทรัพย์ในกลุ่ม Property Funds & REITs เหล่านี้สูญเสียความน่าดึงดูดในสายตานักลงทุนไปบ้างหรือไม่ ?” ซึ่งทาง บลจ.พรินซิเพิล คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาสินทรัพย์ประเภท Property Funds & REITs ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น ทาให้ความน่าสนใจเชิงมูลค่าของสินทรัพย์ประเภทนี้ลดลง การจะคาดหวังผลตอบแทนในอัตราเฉลี่ยปีละ 8-10% อย่างที่เคยเกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้านั้นคงเป็นไปได้ยาก แม้กระนั้นหากมองในด้านส่วนชดเชยความเสี่ยงของการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้เทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่ความเสี่ยงต่าอย่างพันธบัตรรัฐบาลจะพบว่า ค่าชดเชยความเสี่ยงของสินทรัพย์ประเภทนี้ ณ ปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจ โดย Dividend Yield spread 3.2% เที่ยบกับค่าเฉลี่ยในระยะยาวที่ 3.0%
 

iprop

  Principal Property Income Fund
(กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน ดังกล่าวผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจานวนมาก)

กองทุน Principal Property Income เป็นกองทุนที่มีโนยายการลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารในหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ทั้งในและต่างประเทศ ใช้กลยุทธ์การคัดเลือกสินทรัพย์รายตัวในลักษณะ Bottom-up โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยและสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่มีเครือข่ายผู้จัดการกองทุนของ บลจ พรินซิเพิล ประจาอยู่ เพิ่มศักยภาพการศึกษาเชิงลึกในการมองหาสินทรัพย์คุณภาพดี สภาพคล่องเพียงพอ สามารถเติบโตได้ทั้งในลักษณะที่เป็น Organic และ Inorganic Growth และยังคงถูกซื้อ-ขายในระดับราคาที่เหมาะสม รวมถึงมีการให้น้าหนักการลงทุนในหลักทรัพย์รายตัวเหล่านั้นตามศักยภาพในการสร้างผลตอบแทน สภาพคล่อง ฯลฯ โดยไม่ยึดติดกับดัชนีอ้างอิง

ด้วยกลยุทธ์ในการบริหารเงินทุนในลักษณะดังกล่าว ทำให้นับแต่จัดตั้งกองทุน กองทุน Principal Property Income มีประวัติผลการดาเนินงานที่โดดเด่น โดยสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยราว 10% ต่อปีนับแต่จัดตั้งกองทุน และยังนับเป็นหนึ่งในไม่กี่กองทุนในประเทศที่มีประวัติผลการดาเนินงานรายปีที่เป็นบวกตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้สาหรับกองทุน Principal Property Income ในคลาสที่จ่ายเงินปันผล และคลาสรับขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ กองทุน Principal Property Income ยังมีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาสนับแต่ ไตรมาส 2/12 จนถึงปัจจุบัน (ไตรมาส 1/19)

 

  Fund Performance  
FUND NAME 3M 6M 1Y 3Y 5Y Since
Inception
Inception
Date
PRINCIPAL iRPOP-A 5.04% 9.98% 13.18% 9.81% 9.98% 11.04% Tue 26 Jun 2012
PRINCIPAL iRPOP-C 5.07% 10.02% 13.30% 10.02% N/A 10.18% Thu 3 Jul 2014
PRINCIPAL iRPOP-D 5.00% 9.96% 13.23% 9.98% 10.03% 10.69% Fri 17 Feb 2012
PRINCIPAL iRPOP-R 5.06% 10.00% 13.22% 9.96% 10.04% 10.55% Fri 17 Feb 2012
Benchmark 5.61% 10.37% 14.47% 11.07% 9.87%  

                                               % ต่อปี (Annualized Return) หากกองทุนจัดตั้งมาแล้ว 1 ปีขึ้นไป

 

Fund Performance
FUND NAME 2013 2014 2015 2016 2017 2018 YTD
PRINCIPAL iRPOP-A -5.87% 13.43% 4.60% 15.72% 11.32% 3.38% 11.05%
PRINCIPAL iRPOP-C N/A 2.96% 4.71% 16.09% 11.48% 3.60% 11.09%
PRINCIPAL iRPOP-D -5.82% 13.33% 4.71% 15.69% 11.42% 10.69% 11.01%
PRINCIPAL iRPOP-R -5.87% 13.37% 4.60% 15.84% 11.48% 3.51% 11.06%
Benchmark* 3.41% 9.16% 4.86% 10.99% 17.54% 3.39% 11.51%

                                       % ต่อปี (Annualized Return) หากกองทุนจัดตั้งมาแล้ว 1 ปีขึ้นไป/ Benchmark: SET PF&REIT TRI Index 50.00% + FSTREI TRI Index (THB) 50.00%
Source: Principal Asset Management Company, as of May 2019
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้โปรดศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมใน หนังสือชี้ชวนข้อมูลโครงการ

ตัวอย่างประวัติการจ่ายเงินปันผลและการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติกองทุน Principal Property Income

dividend
Source: Principal Asset Management Company, as of May 2019
ผลการดาเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดาเนินงานในอนาคต ทั้งนี้โปรดศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมใน หนังสือชี้ชวนข้อมูลโครงการ


สุดท้ายนี้ บลจ. พรินซิเพิล จึงยังคงแนะนำนักลงทุนทยอยสะสมกองทุน Principal Property Income Fund ในสัดส่วนประมาณ 10-20% ของพอร์ต เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยง และ สร้าง Income ในสภาวะที่ทิศทางตลาดการเงินโลกยังคงมีความไม่ชัดเจน

 

คำเตือน:
กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย/ผู้ลงทุนควรทาความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน/ กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือ ได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ / ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดาเนินงานในอนาคต /การวัดผลการดำเนินงาน จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน/ ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดาเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุน/ ผู้ลงทุนควรศึกษาเงื่อนไขการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและการจ่ายเงินปันผลของหน่วยงทุนแต่ละชนิดของกองทุน Principal Property Income ได้ที่ www.principal.th

 

เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ข้อมูลเป็นการทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายให้ถือเป็นคำเสนอหรือการเชิญชวนให้บุคคลใดทำการซื้อ และ/หรือขายผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนประเภทต่าง ๆ ตามที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ และไม่ถือเป็นการให้คำปรึกษาหรือคาแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนของบริษัทต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในเอกสารนี้แต่อย่างใด / แม้บริษัทจัดการจะได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวมีความถูกต้อง และตรงกับวัตถุประสงค์ของการจัดทำเอกสารนี้ บริษัทจัดการและพนักงานของบริษัทจัดการไม่มีความรับผิดและจะไม่รับผิดสาหรับความผิดพลาดของข้อมูลใด ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม รวมทั้งจะไม่รับผิดสาหรับการกระทาใด ๆ ที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเห็นหรือข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ บริษัทจัดการไม่ได้ให้คำรับรองหรือรับประกันไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายเกี่ยวกับความถูกต้อง แม่นยำ น่าเชื่อถือ ทันต่อเหตุการณ์หรือความสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าวในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น / บริษัทจัดการขอปฏิเสธความรับผิดทั้งปวงที่เกิดหรืออาจเกิดขึ้นในทุกกรณี ทั้งนี้ความเห็นบทวิเคราะห์หรือการคาดคะเนต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์หรือผลการดำเนินงานในอนาคตที่ปรากฏในเอกสารนี้ ไม่ถือเป็นเครื่องยืนยัน และอาจแตกต่างจากเหตุการณ์หรือผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริงได้ / สำหรับนักลงทุนที่ต้องการทราบข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติมหรือรับหนังสือชี้ชวน สามารถติดต่อบริษัทจัดการหรือผู้ดำเนินการขายที่ท่านให้บริการ