ทำไมราคน้ำมันจึงติดลบได้? โดย วิน พรหมแพทย์, CFA (Thai version only)

บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ วันที่ราคาน้ำมันดิบ West Texas ลงไปติลบครั้งแรก ถึง -$37.63/barrel ขออธิบายดังนี้

1. ราคาน้ำมันดิบที่เห็น เป็นราคาซื้อขาย Futures Contract หรือสัญญาซื้อล่วงหน้า โดยในสัญญามีการกำหนด ราคา/ปริมาณ/วันส่งมอบไว้ล่วงหน้า ซึ่งราคาที่เราเห็นติดลบ คือ สัญญา West Texas Crude ของเดือน May ซึ่งจะครบกำหนดในวันนี้ (21 April 2020)

2. คนที่ขายสัญญา Futures มี 2 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ (1) กลุ่มผู้ผลิต/ผู้ค้าน้ำมัน ที่ต้องการ lock ราคาซื้อขายไว้ล่วงหน้า พร้อมจะส่งมอบน้ำมันจริงๆ กับ (2) กลุ่ม Traders/Hedge Funds รวมไปถึงกองทุนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Exchange Traded Funds (ETFs) ที่เข้ามาซื้อขาย Futures เพื่อเก็งกำไร กลุ่มหลังนี้มีจำนวนเยอะกว่ากลุ่มแรกหลายเท่า
กลุ่มที่ (2) คนกลุ่มทั่วไป จะใช้วิธีขายสัญญาที่ใกล้ครบอายุ แล้วไปซื้อสัญญาเดือนที่จะอยู่ห่างออกไป เรียกว่า “Rollover” เช่น ขายสัญญาเดือน May ไปซื้อสัญญาเดือน June/July เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ สังเกตว่ากลุ่มนี้เข้ามาซื้อขายแค่กระดาษ ไม่มีความพร้อมจะรับมอบน้ำมันดิบจริงๆ

 3. เหตุการณ์เมื่อคืนนี้ คือกลุ่ม (2) ที่ถือสัญญาของเดือน May ซึ่งจะครบกำหนดในวันนี้ (21 April 2020) ไว้เต็มมือ พยายามจะเร่ขายสัญญา (เพราะถ้าถือไว้ต้องรับมอบน้ำมันดิบจริง) โดยการที่ราคาลงไปติดลบแปลว่า “ช่วยมาซื้อไปหน่อย แถมเงินให้ด้วย” โดยใน Bloomberg รายงานว่า ตลอดทั้งวันไม่มี bidder หรือคนเสนอซื้อเลยแม้แต่คนเดียว

4. อธิบายเพิ่มอีกนิดว่า การส่งมอบน้ำมันดิบจริงๆจากสัญญา Futures เกิดขึ้นที่เมืองเล็กๆชื่อ Cushing ในรัฐ Oklahoma ซึ่งสามารถจัดเก็บน้ำมันได้สูงสุด 76 ล้านบาร์เรล แต่ด้วยสถานการณ์อุปทานล้น ตัวเลขล่าสุดที่เก็บแล้วคือ 55 ล้านบาร์เรล ประกอบกับปริมาณน้ำมันดิบสะสม 5 ล้นบาร์เรลต่อสัปดาห์ก็คาดว่า อีกแค่ 4 สัปดาห์ก็เต็มแล้ว นี่คือสาเหตุที่ราคาติดลบ เพราะน้ำมันดิบล้นจนไม่มีที่เก็บ!

มุมมองและคำแนะนำการลงทุน

  • ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทานในตลาดน้ำมันดิบอันเกิดจากวิกฤต COVID-19 จะเป็นแรงกดดันให้ราคาน้ำมันโลกอยู่ในระดับต่ำไปอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ดี เชื่อว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะต้องเร่งปรับตัวด้วยการลดกำลังการผลิต โดยเราเห็น OPEC ประกาศลดแล้ว 10 ล้านบาร์เรล ในขณะที่สหรัฐฯ ก็มีจำนวน Rig Count หรือหลุมผลิต Shale ลดลงจาก 900 หลุมเมื่อปี 2018 เหลือเพียง 438 หลุมในปัจจุบัน คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้
  • คาดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลในทางลบต่อ SET Index ในระยะสั้นเพราะมีน้ำหนักหุ้นกลุ่พลังงานค่อนข้างมาก แต่ก็อาจเป็นจังหวะในการทยอยเข้าลงทุนในหุ้นไทยอีกครั้ง สำหรับนักลงทุนหลายๆ ท่านที่พลาดโอกาสในช่วงตลาด Rebound ที่ผ่านมา

อ่านฉบับเต็มที่นี่