IFA Connect Frequently Asked Questions (FAQ)

คู่มือการใช้งานแอปพลิเคชัน IFA Connect

ข้อมูลผลิตภัณฑ์และการให้บริการ

Agent สามารถใช้งานบนอุปกรณ์ใดได้บ้าง?

แอปพลิเคชันรองรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS เท่านั้น

วิธีการเข้าใช้งานครั้งแรกต้องดำเนินการอย่างไร?

สามารถอ่านขั้นตอนได้ที่คู่มือการใช้งานสำหรับ Agent คลิกที่นี่ ขั้นตอนเบื้องต้น:

  1. ดาวน์โหลด IFA Connect ผ่าน Google Play Store หรือ Apple App Store 
  2. ดำเนินการบน IFA Connect เพื่อลงทะเบียนสำหรับการใช้งานครั้งแรก
  3. ดำเนินการตั้งรหัสผ่าน โดยการกดลิงค์ที่ส่งมายังอีเมลของ Agent สามารถดำเนินการบน Mobile App หรือ Desktop
  4. ดำเนินการเข้าสู่ระบบบน IFA Connect กรอกอีเมลและรหัสผ่านที่ท่านตั้ง
  5. กรอกและยืนยันเบอร์โทรศัพท์ด้วย SMS OTP
  6. เข้าสู่ระบบสำเร็จ 

วิธีการเข้าใช้งานสำหรับ Agent ที่เคยลงทะเบียนใช้งานครั้งแรกแล้ว?

  1. กรณีเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ดาวน์โหลด IFA Connect ผ่าน Google Play Store หรือ Apple App Store อีกครั้ง
  2. ดำเนินการเข้าสู่ระบบบน IFA Connect โดยการกด 'เพิ่มเติม' และ 'เข้าสู่ระบบ' 
  3. กรอกอีเมลและรหัสผ่านของท่าน
  4. ยืนยันเบอร์โทรศัพท์ด้วย SMS OTP
  5. เข้าสู่ระบบสำเร็จ 

เวลาในการให้บริการคือเวลาใด?

ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

มีค่าธรรมเนียมในการใช้งานหรือไม่?

ไม่มีค่าธรรมเนียมในการใช้งาน

สามารถใช้งานขณะอยู่ต่างประเทศได้หรือไม่?

สามารถใช้งานได้จากต่างประเทศ หากมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีความเสถียร

กรณีที่โทรศัพท์มือถือหรือ iPad  ที่ติดตั้ง Application สูญหาย หรือมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์การใช้งาน ต้องดำเนินการอย่างไร?

กรุณาดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันใหม่ โดยสามารถเข้าใช้งานผ่านอีเมลและรหัสผ่านที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว

ระบบมีมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างไร?

  1. จัดเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นในการยืนยันตัวตน
  2. ใช้ระบบ IAM จาก Okta เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  3. ใช้ระบบเข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง
  4. ออกจากระบบอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งาน
  5. รองรับเฉพาะอุปกรณ์ที่ได้รับการลงทะเบียนไว้

หากลืม Password ต้องทำอย่างไร?

สามารถเปลี่ยน Password ได้ด้วยตนเอง โดยไปที่เมนู "Need help signing in?""Forgot password?" จากนั้นยืนยันตัวตนผ่านอีเมลหรือ SMS เพื่อสร้างรหัสผ่านใหม่

หากต้องการเปลี่ยนอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์ ต้องทำอย่างไร?

แจ้งความประสงค์โดยต้องแนบเอกสารแบบฟอร์มแก้ไขข้อมูล โดยดาวน์โหลดได้ที่ https://www.principal.th/th/download-centre/forms กรอกเอกสารพร้อมส่งตัวจริงมาที่ ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์

 

ที่อยู่: ชั้น15 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด 44 อาคาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย 
ถ. หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

 

โทร: 02-686-9500 ต่อ 9554 -9556 

การทำรายการให้กับลูกค้า

หากบัญชีลูกค้าไม่ได้รับการอนุมัติ ต้องดำเนินการอย่างไร?

สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่เมนู "รายการเปิดบัญชี" โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  1. อายุผู้สมัครต่ำกว่า 20 ปี
  2. การยืนยันตัวตนไม่สำเร็จหรือข้อมูลไม่ครบถ้วน
  3. อีเมลยังไม่ได้รับการยืนยัน
  4. ชื่อบัญชีไม่ตรงกับบัญชีธนาคาร

หากไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว กรุณาติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-686-9500 ต่อ 9554-9556

จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าลูกค้าเปิดบัญชีสำเร็จแล้ว?

สามารถตรวจสอบได้ที่เมนู "สถานะการเปิดบัญชี"

จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าลูกค้าดำเนินการทำรายการสำเร็จแล้ว?

สามารถตรวจสอบได้ที่เมนู "คำสั่งรอลูกค้าดำเนินการ"

มีการจำกัดจำนวนครั้งในการทำธุรกรรมต่อวันหรือไม่?

ไม่มีข้อจำกัดในการทำธุรกรรมต่อวัน

ลูกค้าจะทราบได้อย่างไรว่าเปิดบัญชี หรือรายการธุรกรรมสำเร็จแล้ว

ลูกค้าจะได้รับ อีเมลยืนยัน เมื่อเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรมเสร็จสิ้น

หากลูกค้าไม่ได้รับอีเมลยืนยัน แต่มีการตัดเงินเรียบร้อยแล้ว ควรทำอย่างไร?

สามารถตรวจสอบสถานะการทำรายการซื้อกองทุนได้ที่

  • เมนู "คำสั่งรอลูกค้าดำเนินการ" เพื่อดูสถานะของลูกค้า
  • เมนู "รายการรอจัดสรร" เพื่อตรวจสอบสถานะของรายการ

หากยังไม่พบข้อมูล กรุณาติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-686-9500 ต่อ 9554-9556

การเปิดบัญชีให้กับลูกค้า

ลิงก์สำหรับการเปิดบัญชี (KYC) มีอายุการใช้งานนานเท่าใด?

ลิงก์สำหรับการเปิดบัญชีมีอายุ 14 วัน

หากลิงก์เปิดบัญชีหมดอายุ ต้องดำเนินการอย่างไร?

Agent สามารถส่งลิงก์ใหม่ได้ทันที โดยไปที่ เมนู "สถานะการเปิดบัญชี" → เลือกลูกค้า → ดูรายละเอียด → เลือก "ส่งอีเมลอีกครั้ง"

หากลูกค้าไม่พบอีเมลสำหรับการเปิดบัญชี ต้องทำอย่างไร?

  1. ให้ลูกค้าตรวจสอบในโฟลเดอร์ Junk/Spam หรือค้นหาด้วยคำว่าแอปพลิเคชัน
  2. หากยังไม่พบ สามารถส่งอีเมลใหม่ได้โดยไปที่เมนู "สถานะการเปิดบัญชี" → เลือกลูกค้า → ดูรายละเอียด → เลือก "ส่งอีเมลอีกครั้ง" → กรอกอีเมลใหม่ → กดส่ง

ลูกค้าจำเป็นต้องกรอกข้อมูลเปิดบัญชีให้เสร็จสิ้นภายในครั้งเดียวหรือไม่?

ไม่จำเป็น ระบบจะบันทึกข้อมูลที่กรอกไว้แล้ว และลูกค้าสามารถกลับมาดำเนินการต่อได้ผ่านลิงก์เดิมโดยใช้ PIN

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการใช้งานเกิน 30 นาที ลูกค้าจะต้องทำการยืนยันตัวตนใหม่

การทำรายการคำสั่ง ซื้อ ขาย สับเปลี่ยน

ลิงก์สำหรับทำรายการซื้อ–ขาย หรือสับเปลี่ยนกองทุน มีอายุการใช้งานนานเท่าใด?

ลิงก์สำหรับการทำรายการมีอายุ 24 ชั่วโมง

หากลิงก์ทำรายการหมดอายุ ต้องดำเนินการอย่างไร?

Agent จะต้องเริ่มต้นทำรายการใหม่

สามารถตรวจสอบสถานะการทำรายการของลูกค้าได้ที่ไหน?

สามารถตรวจสอบได้ที่เมนู "คำสั่งรอลูกค้าดำเนินการ" จากนั้นกดค้นหาชื่อลูกค้าที่ต้องการ ระบบจะแสดงข้อมูลสถานะคำสั่งซื้อ–ขาย หรือสับเปลี่ยนกองทุนทั้งหมดของลูกค้า

การเตรียมตัวและการชำระเงิน

ลูกค้ามีช่องทางการชำระเงินอะไรบ้าง?

  1. QR Payment — สแกน QR Code เพื่อชำระเงิน
  2. ATS Payment — ชำระผ่านบริการหักบัญชีอัตโนมัติ (ATS) สำหรับลูกค้าที่สมัครบริการ ATS แล้วเท่านั้น

วงเงินสูงสุดในการชำระเงินเท่าไหร่?

ต่อรายการ

  1. QR Payment — ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อรายการ และไม่เกินวงเงินต่อวันที่ขึ้นอยู่กับธนาคารและการตั้งค่าวงเงินของลูกค้า
  2. ATS Payment — ตามเงินที่ลูกค้าเตรียมไว้ในบัญชีที่ผูกบริการหักบัญชีอัตโนมัติ

ต่อวัน

  1. QR Payment — จำนวนการชำระสูงสุดต่อวันขึ้นอยู่กับธนาคารและการตั้งค่าวงเงินของลูกค้า
  2. ATS Payment — จำนวนการชำระสูงสุดต่อวันขึ้นอยู่กับธนาคารและการตั้งค่าวงเงินของลูกค้า

หากลูกค้าต้องการซื้อเกิน 2 ล้านบาทต่อรายการหรือเกินวงเงินต่อวันของตนเองต้องทำอย่างไร?

กรณีลูกค้ามีการผูกบัญชีสำหรับหักบัญชีอัตโนมัติ (ATS)

Agent สามารถทำรายการให้กับลูกค้าผ่านระบบได้ตามปกติโดยลูกค้าต้องเลือกการชำระผ่าน ATS Payment ทั้งนี้ จำนวนการชำระสูงสุดต่อวันขึ้นอยู่กับธนาคารและการตั้งค่าวงเงินของลูกค้า

กรณีลูกค้ายังไม่มีการผูกบัญชีสำหรับหักบัญชีอัตโนมัติ (ATS)

  • Agent สามารถดำเนินการทำรายการให้ลูกค้าผ่านอีเมลได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์
  • หรือแนะนำให้ลูกค้าสมัครบริการหักบัญชีอัตโนมัติ (ATS) ก่อน เพื่อให้สามารถทำรายการผ่านระบบ IFA Connect ได้สะดวกยิ่งขึ้น
ติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โทร: 02-686-9500 ต่อ 9554–9556
Email: DLTHclientservice@principal.com

ธนาคารอะไรรองรับ QR Payment บ้าง?

สำหรับรายชื่อธนาคารและสถาบันการเงินที่รองรับ QR Payment คลิกที่นี่

วงเงินต่อวันที่ถูกกำหนดโดยสถาบันการเงินมีหลักเกณฑ์การคิดอย่างไร? 

แต่ละคนอาจมีวงเงินต่อวันที่ถูกกำหนดโดยสถาบันการเงินไม่เท่ากัน หากลูกค้าต้องการขยายวงเงินเพิ่มขึ้นต่อวันลูกค้าสามารถติดต่อธนาคารของตัวเอง อ้างอิงข้อมูลเงื่อนไขจากธนาคารแห่งประเทศไทยดังนี้:

วงเงินที่โอนได้ต่อวันผ่าน mobile banking/internet banking แบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่
1. S  โอนต่อวันได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน
2. M โอนต่อวันได้ไม่เกิน 200,000 บาทต่อวัน
3. L โอนต่อวันได้มากกว่า 200,000 บาทต่อวัน

ทั้งนี้ แต่ละสถาบันการเงินอาจกำหนดระดับวงเงินที่ละเอียดกว่านี้ได้ เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้า

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม คลิกที่นี่

ลูกค้าควรเตรียมตัวอย่างไร ก่อนชำระเงินผ่าน QR Payment?

  1. ตรวจสอบแอปธนาคารให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. ตรวจสอบวงเงิน QR Bill Payment ให้เพียงพอ
  3. ตรวจสอบวงเงินคงเหลือต่อวัน
  4. ตรวจสอบสถานะการยืนยันตัวตน (KYC)
  5. เตรียมบัญชีเงินฝากที่มีเงินเพียงพอ
  6. เตรียมสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้เสถียร

ควรตั้งค่าวงเงินต่อวันสำหรับ QR Payment ล่วงหน้านานแค่ไหน?

แนะนำให้ตั้งค่าวงเงินล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาระบบธนาคารจำกัดวงเงิน

สามารถใช้บัญชีธนาคารของบุคคลอื่นชำระเงินแทนได้หรือไม่?

ไม่ได้ ต้องใช้บัญชีที่เป็นชื่อเดียวกับผู้ลงทุนเท่านั้น

การซื้อกองทุนผ่าน QR Payment เป็นรายการประเภทใด?

เป็นรายการชำระบิล / ค่าสินค้าและบริการ (Bill Payment)

การจ่ายบิลยอด 1 ล้านบาทในครั้งเดียว (ต่อ 1 สลิป) สามารถทำได้หรือไม่

สามารถทำได้ โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  1. ตั้งค่า “วงเงินต่อวัน” ให้เท่าหรือเกินจำนวนที่จะลงทุน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถทำรายได้
  2. ในกรณี การโอนหรือจ่ายเงินตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง จะต้องยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า (Mandatory Face Scan) ตามกฎของธนาคารแห่งประเทศไทย

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ลูกค้าต้องอยู่ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ
  • ห้ามใส่หน้ากากอนามัยหรือแว่นตาดำขณะทำรายการ
  • โทรศัพท์ต้องมีกล้องหน้าและอินเทอร์เน็ตที่เสถียร

ตัวอย่างวิธีปรับวงเงินการชำระบิล (Bill Payment) บนแอปพลิเคชันธนาคารต่างๆ

K PLUS ตั้งค่า → เปลี่ยนแปลงวงเงิน → วงเงินชำระบิล
SCB EASY ตั้งค่า → ตั้งค่าความปลอดภัย/วงเงิน → วงเงินชำระบิล
Krungthai NEXT ตั้งค่า → ตั้งค่าบัญชี → จัดการวงเงิน
Bangkok Bank เพิ่มเติม → การตั้งค่า → ปรับวงเงินการทำรายการ
Krungsri ตั้งค่า → จัดการวงเงิน → วงเงินชำระบิล
ttb ตั้งค่า → วงเงินทำรายการ → วงเงินชำระบิล
ขั้นตอนการสมัคร ATS

หากลูกค้าต้องการสมัครบริการหักบัญชีอัตโนมัติ ATS ต้องทำอย่างไร?

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คู่มือการใช้งานสำหรับลูกค้า คลิกที่นี่ หรือท่านสามารถติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์เพื่อขอข้อมูลและขั้นตอนการสมัครบริการให้กับลูกค้า 

ขั้นตอนเบื้องต้น:

  • ลูกค้ากรอกและจัดส่งเอกสารให้บริษัทเพื่อดำเนินการ
  • ลูกค้าสมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติ (ATS) ผ่านธนาคารที่ต้องการ / หรือ Principal เป็นผู้ทำส่งธนาคารเพื่อขออนุมัติให้กับลูกค้า
  • หลังจากนั้น รอการดำเนินการและอนุมัติจากทางบริษัท

 

รองรับธนาคารอะไรบ้างสำหรับบริการหักบัญชีอัตโนมัติ ATS?

ธนาคารที่แนะนำสำหรับการดำเนินการที่รวดเร็ว: 

  1. ธนาคารกสิกรไทย (KBANK)
  2. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)
  3. ธนาคารกรุงเทพ (Bangkok Bank)
  4. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri)
  5. ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb)

ธนาคารอื่นๆที่รองรับ:

  1. ธนาคารทิสโก้ (TISCO)
  2. ธนาคารกรุงไทย (KTB)
  3. ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank)
  4. ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP)
  5. ธนาคารซีไอเอ็มบี (CIMB)

หลังจากนั้น รอการดำเนินการและอนุมัติจากทางบริษัท

ติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โทร: 02-686-9500 ต่อ 9554–9556
Email: DLTHclientservice@principal.com