เสริมพอร์ตมั่นคงในช่วงที่ความไม่แน่นอนมากขึ้น ด้วยตราสารหนี้โลก และตราสารหนี้มาเลเซีย

  • นโยบายการค้าของสหรัฐฯ เริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศในคืนวันศุกร์คืออัตราเงินเฟ้อ (Core PCE) เติบโตสูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 3.0% YoY ในขณะที่ตลาดคาดการณ์ที่ 2.9% YoY และการเติบโตของ GDP ไตรมาส 4 ของสหรัฐฯ ขยายตัวที่ 1.4% QoQ ต่ำกว่าตลาดการคาดการณ์ที่ 2.8% QoQ สาเหตุหลักมากจากการปิดทำการของภาครัฐที่นานถึง 43 วัน โดยสรุปปัจจัยดังกล่าวทำให้ตลาดมีความไม่แน่นอนมากขึ้น และส่งผลให้ S&P 500 Future Index ผันผวนและติดลบอยู่ที่ -0.7%
  • อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2025 งบบริษัทจดทะเบียนใน S&P500 Index โดยรวมยังออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยประมาณ 75% ของบริษัทที่ประกาศผลประกอบการแล้ว มีกำไรดีกว่าคาด (Source: Bloomberg as of 23 February 2026) อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงต้นปีตลาดถูกกดดันด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจากความกังวลเรื่องงบลงทุน (CAPEX) ที่สูงเป็นประวัติการณ์ในหลายบริษัท และความเสี่ยงของ AI Disruption โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Software Company ที่เผชิญการปรับฐานรุนแรงตั้งแต่ต้นปี 
  • ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจอื่น ๆ ตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) และตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) เดือน ม.. ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ยังเปิดโอกาสให้เฟดลดดอกเบี้ย โดยเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ปรับขึ้น 2.4% YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ 2.5YoY และต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.. 2568 ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ปรับขึ้น 2.5% YoY สอดคล้องกับคาดการณ์ จึงทำให้ตลาดยังคงให้น้ำหนักว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้ง ในปีนี้ โดยคาดว่าจะลดครั้งแรกในช่วงกลางปี หลังจากเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง

  • บลจ. พรินซิเพิลแนะนำลงทุนกองทุนตราสารหนี้โลกผ่าน PRINCIPAL GFIXED และ PRINCIPAL GCREDIT จากทิศทางดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในช่วงขาลง ทำให้กองทุนตราสารหนี้โลกมีแนวโน้มได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น เมื่อ Bond Yield ปรับตัวลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ Yield ณ ปัจจุบัน ยังคงอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี 

  • นอกจากนี้ เราแนะนำกระจายการลงทุนไปยังกองทุนตราสารหนี้มาเลเซีย PRINCIPAL MYRFIUH เนื่องจากมาเลเซียยังอยู่ในช่วงต้นวัฏจักรของการลดดอกเบี้ย โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.75% ในการประชุมเดือนม.. ขณะที่ตราสารหนี้มาเลเซียยังมี Yield สูงกว่าตราสารหนี้ไทยราว 2.0% ในเกือบทุกช่วงอายุตราสาร โดยพันธบัตรรัฐบาลมาเลเซีย อายุ 5 ปี ให้ผลตอบแทนจนถึงวันครบกำหนด (YTM) 3.35% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทยอยู่ที่ 1.30% โดยผู้ว่าธนาคารกลางมาเลเซียกล่าวชัดเจนว่ายังคงเหลือ Policy Space สำหรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตหากจำเป็น พร้อมตั้งเป้าลดการขาดดุลงบประมาณลงสู่ 3.5% ส่งผลให้ปริมาณการออกพันธบัตรรัฐบาลลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาพันธบัตร นอกจากนี้ พันธบัตรมาเลเซียมี Credit Rating ที่ A-  สูงกว่าไทยที่ BBB+ สะท้อนความเชื่อมั่นและเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคงกว่าในระยะยาว

Image
Image

คำเตือน: Principal Asset Allocation Plan เป็นบริการการแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนแบบการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่าง ๆ (Asset Allocation) ตามระดับความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ลงทุน โดยเป็นการพิจารณาและประเมินภาวะการลงทุน เพื่อการสร้างและปรับพอร์ตอย่างสมดุล และอาจจะพิจารณาและนำเสนอการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนหรือปรับพอร์ตลงทุนเป็นรายเดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสอดรับกับภาวะการลงทุน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เปลี่ยนไปตามภาวะตลาดส่งผลให้สัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ที่ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนไปจากสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม อาจทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเข้าสู่สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม Principal Asset Allocation Plan เป็นเพียงคำแนะนำของ บริษัทจัดการ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาดหวัง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจการจัดสรรการลงทุน (Basic Asset Allocation) ตามคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต.
พอร์ตการลงทุนดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการสัดส่วนการลงทุน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลงทุนจริง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ ประมาณการสัดส่วนการลงทุน ไม่ใช่การรับประกันหรือยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำอธิบายประกอบ Clients’ Portfolio Model 5 พอร์ตลงทุนแนะนำ
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “ปานกลางค่อนข้างสูง” แนะนำพอร์ตการลงทุน “Income” 
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูง” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income” และ “Balance”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูงมาก” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income”, “Balance”, “Growth”, “Active Growth” และ “Global Growth”
• ทั้งนี้หากท่านผู้ลงทุนมีความประสงค์จะลงทุนในพอร์ตลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าระดับความเสี่ยงการลงทุนของท่าน ท่านจะต้อง “ยืนยัน” รับทราบความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนที่ท่านได้เลือกลงทุน