ต่างชาติซื้อตราสารหนี้มาเลเซียสูงสุด ในรอบ 10 เดือน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
- ตราสารหนี้มาเลเซียกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยมียอดเงินไหลเข้าตลาดตราสารหนี้มาเลเซียตั้งแต่ต้นเดือนถึง 19 มี.ค. กว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน สวนทางกับประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียน เช่น ไทย ฟิลิปปินส์ หรืออินโดนีเซีย ที่เงินไหลออก
- การไหลเข้าของเงินลงทุนต่างชาติต่อตราสารหนี้มาเลเซียมีปัจจัยหนุนหลักคือ มาเลเซียเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง เนื่องจากมีสถานะเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ (Net Energy Exporter) ส่งผลให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น หรือไทย ซึ่งมีสถานะเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ (Net Energy Import) ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านการคลัง ราคาพลังงาน และเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นหากสถานการณ์ความไม่แน่นอนยืดเยื้อ
- รายได้จากการส่งออกพลังงานช่วยให้รัฐบาลมาเลเซียมีฐานะทางการคลังที่ดี และสามารถดำเนินนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การคงมาตรการอุดหนุนราคาพลังงาน (Fuel subsidies) เพื่อช่วยลดผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น และทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ โดยธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) ยังคาดการณ์เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ 1.5% -2.5% ทำให้สามารถดำเนินนโยบายแบบ Neutral stance (ไม่ต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ) ซึ่งจะทำให้ราคาตราสารหนี้มีเสถียรภาพ หนุนเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตราสารหนี้มาเลเซียอย่างต่อเนื่อง
- บลจ.พรินซิเพิลแนะนำลงทุน PRINCIPAL MYRFIUH โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารหนี้มาเลเซียคุณภาพดีระดับ Investment grade (IG) โดยตราสารหนี้ที่ลงทุนไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ (Default) ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา และกองทุนหลักสร้างผลตอบแทนย้อนหลังโดดเด่น 1 ปีที่ 4.8% และเฉลี่ย 3 ปีที่ 5.0% ต่อปี (Source: Principal as of 28 February 2026) ขณะที่กองทุน PRINCIPAL MYRFIUH ให้ผลตอบแทน 6.17% ตั้งแต่ต้นปี (Benchmark ให้ผลตอบแทนที่ 4.61%) (Source: Bloomberg as of 31 March 2026) รับชมคลิปวิดีโอเพิ่มเติม
คำเตือน: Principal Asset Allocation Plan เป็นบริการการแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนแบบการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่าง ๆ (Asset Allocation) ตามระดับความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ลงทุน โดยเป็นการพิจารณาและประเมินภาวะการลงทุน เพื่อการสร้างและปรับพอร์ตอย่างสมดุล และอาจจะพิจารณาและนำเสนอการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนหรือปรับพอร์ตลงทุนเป็นรายเดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสอดรับกับภาวะการลงทุน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เปลี่ยนไปตามภาวะตลาดส่งผลให้สัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ที่ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนไปจากสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม อาจทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเข้าสู่สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม Principal Asset Allocation Plan เป็นเพียงคำแนะนำของ บริษัทจัดการ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาดหวัง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจการจัดสรรการลงทุน (Basic Asset Allocation) ตามคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต.
พอร์ตการลงทุนดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการสัดส่วนการลงทุน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลงทุนจริง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ ประมาณการสัดส่วนการลงทุน ไม่ใช่การรับประกันหรือยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำอธิบายประกอบ Clients’ Portfolio Model 5 พอร์ตลงทุนแนะนำ
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “ปานกลางค่อนข้างสูง” แนะนำพอร์ตการลงทุน “Income”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูง” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income” และ “Balance”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูงมาก” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income”, “Balance”, “Growth”, “Active Growth” และ “Global Growth”
• ทั้งนี้หากท่านผู้ลงทุนมีความประสงค์จะลงทุนในพอร์ตลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าระดับความเสี่ยงการลงทุนของท่าน ท่านจะต้อง “ยืนยัน” รับทราบความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนที่ท่านได้เลือกลงทุน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / PRINCIPAL GCREDIT กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรป ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GLEADER และ PRINCIPAL GIFUH กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในอเมริกาเหนือ และยุโรป ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL MYRFIUH กองทุนหลักลงทุนลงทุนกระจุกตัวในประเทศมาเลเซีย ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL VNEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DEF นี้มีการกระจุกตัวของการถือหน่วยการลงทุนจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ถือหน่วยการลงทุนเกิน 1 ใน 3 เป็นสัดส่วนร้อยละ 87.25 (ณ วันที่ 28 ก.พ. 2569) โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ (www.principal.th) / PRINCIPAL DPLUS มีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วนซึ่งจะไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ ดังนั้น บริษัทจัดการจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุนทั้งหมด (fully hedged) (95%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / PRINCIPAL MYRFIUH และ PRINCIPAL GIFUH จะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้นกองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

