มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นโลก โดยเฉพาะกลุ่มเทคฯ ทยอยสะสม PRINCIPAL GINNO รับเมกะเทรนด์ AI ที่เติบโตแข็งแกร่ง
หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดใหม่ แม้ Bond Yield ยังอยู่ในระดับสูง โดยดัชนี Nasdaq ปรับขึ้น 1.1% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา นำโดยหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และหุ้นกลุ่ม AI เช่น Nvidia ที่ปรับขึ้นราว 2% สู่ระดับสูงสุดใหม่ แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีจะขึ้นไปปิดที่ 5.31% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2002 แต่ตลาดยังให้น้ำหนักกับการเติบโตของกำไรจาก AI มากกว่าความกังวลด้านปัจจัยมหภาค
แรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เริ่มผ่อนคลายลง หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์อย่างมาก อัตราการว่างงานขยับขึ้นเป็น 4.2% และค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงเพิ่มขึ้นเพียง 3.0% YoY ซึ่งต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2021 ส่งผลให้ CME FedWatch Tool ชี้ว่าตลาดให้น้ำหนักโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27–28 ต.ค. นี้ลดลงเหลือเพียงราว 24% จากราว 51% เมื่อสัปดาห์ก่อน สอดคล้องกับมุมมองของ บลจ.พรินซิเพิล ที่คาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม
การลงทุนด้าน AI (AI Capex) ยังแข็งแกร่งและกระจายตัวมากขึ้น 1) Foxconn ผู้ผลิต AI Server รายใหญ่ให้กับ Nvidia รายงานรายได้ไตรมาส 3/2026 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.03 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (+47% YoY) สูงกว่าตลาดคาด โดยรายได้เดือน ก.ย. ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันเป็นครั้งแรก (+38% YoY) และคาดธุรกิจ AI ขยายตัวต่อเนื่องถึงสิ้นปี 2) กลุ่ม Hyperscaler (Amazon, Microsoft, Alphabet และ Meta) มีแผนลงทุนรวมราว 7.25 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2026 (+77% YoY) และคาดว่าจะเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027 แม้ต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้น
บลจ.พรินซิเพิล ปรับมุมมองการลงทุนหุ้นโลกเป็น Positive จาก Neutral โดยให้น้ำหนักกับหุ้นเทคโนโลยีโลกเป็นพิเศษ เนื่องจากการเติบโตของกำไรจากธีม AI และเซมิคอนดักเตอร์ช่วยชดเชยแรงกดดันด้าน Valuation จาก Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูงได้ ประกอบกับแรงกดดันจาก Fed ที่ลดลง อย่างไรก็ตามแนวโน้ม Bond Yield ที่อาจปรับตัวขึ้น และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาตร์อาจส่งผลให้ตลาดผันผวนได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้ “ทยอยสะสม” มากกว่าการซื้อเพียงครั้งเดียว
กลยุทธ์การลงทุน: แนะนำทยอยสะสมกองทุน PRINCIPAL GINNO เพื่อรับโอกาสจากเมกะเทรนด์เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยกองทุนลงทุนผ่าน ETF ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี นวัตกรรม และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ครอบคลุมหลายธีม เช่น AI, Semiconductor, Cloud Computing, Cybersecurity, Robotics และ Biotechnology โดยคัดเลือก ETF ประมาณ 4–6 ธีม และปรับน้ำหนักแบบ Active และ Dynamic ผ่านการวิเคราะห์ 4 ด้าน ได้แก่ Macro, Fundamental, Valuation และ Technical ทำให้พอร์ตเข้าถึงธีมที่โดดเด่นในแต่ละช่วงของตลาดได้อย่างยืดหยุ่น โดยกองทุนมีผลการดำเนินงานอยู่ในกลุ่ม 25% แรก (Quartile 1) ของกองทุนประเภทเดียวกันในเกือบทุกช่วงเวลา
คำเตือน: คำเตือน: Principal Asset Allocation Plan เป็นบริการการแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนแบบการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่าง ๆ (Asset Allocation) ตามระดับความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ลงทุน โดยเป็นการพิจารณาและประเมินภาวะการลงทุน เพื่อการสร้างและปรับพอร์ตอย่างสมดุล และอาจจะพิจารณาและนำเสนอการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนหรือปรับพอร์ตลงทุนเป็นรายเดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสอดรับกับภาวะการลงทุน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เปลี่ยนไปตามภาวะตลาดส่งผลให้สัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ที่ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนไปจากสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม อาจทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเข้าสู่สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม Principal Asset Allocation Plan เป็นเพียงคำแนะนำของ บริษัทจัดการ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาดหวัง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจการจัดสรรการลงทุน (Basic Asset Allocation) ตามคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต.
พอร์ตการลงทุนดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการสัดส่วนการลงทุน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลงทุนจริง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ ประมาณการสัดส่วนการลงทุน ไม่ใช่การรับประกันหรือยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำอธิบายประกอบ Clients’ Portfolio Model 5 พอร์ตลงทุนแนะนำ
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “ปานกลางค่อนข้างสูง” แนะนำพอร์ตการลงทุน “Income”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูง” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income” และ “Balance”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูงมาก” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income”, “Balance”, “Growth”, “Active Growth” และ “Global Growth”
• ทั้งนี้หากท่านผู้ลงทุนมีความประสงค์จะลงทุนในพอร์ตลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าระดับความเสี่ยงการลงทุนของท่าน ท่านจะต้อง “ยืนยัน” รับทราบความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนที่ท่านได้เลือกลงทุนผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / PRINCIPAL GCREDIT กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา และ ยุโรป ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GEF และ PRINCIPAL GINNO ลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL APDI กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในไต้หวัน และเกาหลีใต้ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL INXUS กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศ Emerging Markets และยุโรป (ไม่รวมอังกฤษ) ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน / PRINCIPAL JEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศญี่ปุ่น ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL VNEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GIFUH ลงทุนกระจุกตัวในประเทศยุโรป และอเมริกาเหนือ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสียงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GINNO มีการกระจุกตัวของการถือหน่วยการลงทุนจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ถือหน่วยการลงทุนเกิน 1 ใน 3 เป็นสัดส่วนร้อยละ 36.20 (ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568) โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ (www.principal.th) / PRINCIPAL DEF มีการกระจุกตัวของการถือหน่วยการลงทุนจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ถือหน่วยการลงทุนเกิน 1 ใน 3 เป็นสัดส่วนร้อยละ 83.58 (ณ วันที่ 31 ส.ค. 2569) โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ (www.principal.th) / PRINCIPAL MYRFIUH กองทุนหลักลงทุนลงทุนกระจุกตัวในประเทศมาเลเซีย ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DPLUS มีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วนซึ่งจะไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ ดังนั้น บริษัทจัดการจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุนทั้งหมด (fully hedged) (95%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / PRINCIPAL MYRFIUH และ PRINCIPAL GIFUH จะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้นกองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

