จังหวะตลาดหุ้นปรับฐานแรง เป็นโอกาสเก็บสินทรัพย์คุณภาพสูง

Image

 

•    ตลาดหุ้นปรับฐานแรงที่สุดในรอบกว่า 1 ปีครึ่ง นำโดยหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ปรับลง 4.36% และ ดัชนี Dow Jones ปรับลง 3.44% ลบล้างการปรับขึ้นหลังผลการเลือกตั้งในวันก่อนหน้า จากความกังวลต่อผลตอบแทนของการลงทุน Data Center และการกำกับดูแลที่อาจเข้มงวดขึ้นหลังการเลือกตั้ง และส่งผลให้ตลาดฝั่งเอเชียมีการปรับฐานเช่นกัน 
•    ผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เปลี่ยนดุลอำนาจการเมือง แต่ไม่เปลี่ยนทิศทางตลาดพรรคเดโมแครตได้ครองเสียงข้างมากทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง Principal Asset Management มองว่า 1) จะนำไปสู่ภาวะชะงักงันทางนโยบาย (Gridlock) มากกว่าการเปลี่ยนนโยบายอย่างฉับพลัน เนื่องจากพรรคเดโมแครตไม่มีเสียง 2 ใน 3 ที่จะลบล้างการใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) ของประธานาธิบดี 2) โอกาสในการกระตุ้นการคลังเพิ่มเติมลดลง เป็นปัจจัยบวกต่อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 3) การขยาย Data Center อาจถูกตรวจสอบเข้มงวดขึ้นในระดับมลรัฐ ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนการพัฒนา แต่เพิ่มมูลค่าให้โครงสร้างพื้นฐานที่เปิดใช้งานแล้ว และเมื่อความไม่แน่นอนคลี่คลาย ตลาดจะกลับมาให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ การลงทุน AI เงินเฟ้อ Fed และผลประกอบการ (Source: Principal Asset Management, “U.S. midterm elections: Political shift, but limited market regime change”, คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติม)
•    มอง Bond Yield ผ่านจุดสูงสุดแล้ว เป็นโอกาสในการเพิ่มน้ำหนักตราสารหนี้โลก โดยแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มลดลง Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปีลดลงมาอยู่ที่ราว 4.85% (5 พ.ย.) จากระดับสูงกว่า 5.3% เมื่อต้นเดือน ต.ค. ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลงราว 13% ในสัปดาห์นี้ จากความหวังว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะคลี่คลายเร็วขึ้น ลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดมองว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียงราว 1 ครั้งในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า (CME FedWatch ณ วันที่ 6 พ.ย. ให้น้ำหนัก 68.7% ต่อการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม 8–9 ธ.ค. และมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี 2027) 
•    บลจ.พรินซิเพิล มองการปรับฐานเป็นจังหวะซื้อสินทรัพย์คุณภาพ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง โดย FactSet รายงานกำไรของบริษัทใน S&P 500 ไตรมาส 3/2026 เติบโต 30.2% YoY (ณ วันที่ 30 ต.ค.) โดยแรงขายทำให้มูลค่าหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น และ Fed มีแนวโน้ม Hawkish น้อยลงจากความกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง และปรับมุมมองหุ้นญี่ปุ่น Neutral โดยระยะสั้นตลาดอาจยังผันผวนจากผลการเลือกตั้ง หลังจากนั้นจะให้กลับมาสนใจกับการเติบโตของกำไรบริษัท
 

Image

 

คำเตือน: Principal Asset Allocation Plan เป็นบริการการแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนแบบการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่าง ๆ (Asset Allocation) ตามระดับความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ลงทุน โดยเป็นการพิจารณาและประเมินภาวะการลงทุน เพื่อการสร้างและปรับพอร์ตอย่างสมดุล และอาจจะพิจารณาและนำเสนอการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนหรือปรับพอร์ตลงทุนเป็นรายเดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสอดรับกับภาวะการลงทุน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เปลี่ยนไปตามภาวะตลาดส่งผลให้สัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ที่ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนไปจากสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม อาจทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเข้าสู่สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม Principal Asset Allocation Plan เป็นเพียงคำแนะนำของบริษัทจัดการ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาดหวัง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจการจัดสรรการลงทุน (Basic Asset Allocation) ตามคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต.
พอร์ตการลงทุนดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการสัดส่วนการลงทุน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลงทุนจริง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ ประมาณการสัดส่วนการลงทุน ไม่ใช่การรับประกันหรือยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำอธิบายประกอบ Clients’ Portfolio Model 5 พอร์ตลงทุนแนะนำ
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “ปานกลางค่อนข้างสูง” แนะนำพอร์ตการลงทุน “Income” 
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูง” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income” และ “Balance”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูงมาก” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income”, “Balance”, “Growth”, “Active Growth” และ “Global Growth”
• ทั้งนี้หากท่านผู้ลงทุนมีความประสงค์จะลงทุนในพอร์ตลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าระดับความเสี่ยงการลงทุนของท่าน ท่านจะต้อง “ยืนยัน” รับทราบความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนที่ท่านได้เลือกลงทุน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / PRINCIPAL GCREDIT กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรป ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GEF, PRINCIPAL GINNO และ PRINCIPAL NDQ15 ลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL NDQ15 กองทุนเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของกองทุนเกี่ยวกับประเภทกองทุน นโยบายการลงทุน และกลยุทธ์การลงทุน รวมทั้งเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ตามที่ได้รับมติเห็นชอบจากผู้ลงทุน จากกองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล เอ็ดดูเทค (PRINCIPAL GEDTECH) เป็นกองทุนเปิดพรินซิเพิล ยูเอส เอ็นดีคิว15 (PRINCIPAL NDQ15) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป  / PRINCIPAL APDI กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในไต้หวัน และเกาหลีใต้ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL INXUS กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศ Emerging Markets และยุโรป (ไม่รวมอังกฤษ) ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน / PRINCIPAL VNEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GIFUH ลงทุนกระจุกตัวในประเทศยุโรปและอเมริกาเหนือ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GINNO มีการกระจุกตัวของการถือหน่วยการลงทุนจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ถือหน่วยการลงทุนเกิน 1 ใน 3 เป็นสัดส่วนร้อยละ 36.20 (ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568) โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ (www.principal.th) /PRINCIPAL DEF มีการกระจุกตัวของการถือหน่วยการลงทุนจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ถือหน่วยการลงทุนเกิน 1 ใน 3 เป็นสัดส่วนร้อยละ 83.58 (ณ วันที่ 31 ส.ค. 2569) โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ (www.principal.th) / PRINCIPAL MYRFIUH กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศมาเลเซีย ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DPLUS มีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วนซึ่งจะไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ ดังนั้น บริษัทจัดการจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุนทั้งหมด (fully hedged) (95%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / PRINCIPAL MYRFIUH และ PRINCIPAL GIFUH จะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้นกองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต