ตลาดหุ้นเวียดนามเตรียมรับผลประโยชน์จากเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้า แนะนำทยอยสะสม PRINCIPAL VNEQ
ในปี 2025 ตลาดหุ้นเวียดนามปรับตัวขึ้นได้ถึง 40.87% ถือเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ทำผลตอบแทนได้โดดเด่นที่สุดในปี 2025 แต่อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นของตลาดหุ้นเวียดนามยังคงเป็นไปแบบกระจุกตัว โดยเฉพาะนับตั้งแต่เดือนส.ค. เป็นต้นมา VN Index ปรับตัวขึ้นราว 4.5% แต่หากหักผลจากราคาหุ้น Vingroup ออกจะพบว่าดัชนีปรับตัวลงราว 7% และหากนับตั้งแต่ต้นปี 2025 การเคลื่อนไหวของราคา Vingroup มีผลต่อ VN Index ถึงประมาณ 50%
หากมองไประยะกลางถึงยาวตลาดหุ้นเวียดนามยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดย GDP เวียดนามปี 2025 เติบโตถึง 8.02% YoY เป็นระดับสูงสุดในกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากแรงหนุนทั้งภาคการบริโภค การลงทุนภาคเอกชน การลงทุนจากภาครัฐ การส่งออก และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เติบโตแข็งแกร่ง และในปีนี้รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจถึง 10%
รวมถึงปัจจัยบวกจากการที่เวียดนามจะเข้าไปมีน้ำหนักในดัชนี FTSE Emerging Markets อย่างเป็นทางการในเดือนก.ย. นี้ ซึ่งจะช่วยหนุนให้เงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญที่ 1.5-3พันล้านดอลลาร์ โดยตั้งแต่ต้นปีเราเริ่มเห็นเงินลงทุนจากต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้ามายังตลาดหุ้นเวียดนาม
กลยุทธ์การลงทุนของ PRINCIPAL VNEQ ในปี 2026: ยังคงเน้นลงทุนกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ คุณภาพดี ที่มี CASA ratio สูง และสามารถควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้ดีเป็นสัดส่วนหลัก และเพิ่มความระมัดระวังในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น โดยจะเน้นไปยังบริษัทที่มีการเปิดตัวในครึ่งแรกของปี โดยเป็นโครงการที่อยู่ในทำเลศักยภาพ มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีกระแสเงินสดเพียงพอต่อการพัฒนาโครงการ
นอกจากนี้ กองทุนได้เพิ่มแนวทางการรับมือภาวะตลาดกระจุกตัวในระยะสั้น โดย 1) เพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน ETF ที่อ้างอิงดัชนีหลักเพื่อช่วยลด Tracking Error ซึ่งจะช่วยให้พอร์ตสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดได้ใกล้เคียงมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการเลือกหุ้นรายตัวในภาวะที่หุ้นนำตลาด (Market leaders) มีผลต่อดัชนีสูง ช่วยให้การปรับน้ำหนักทำได้รวดเร็วและสะดวก โดยมีต้นทุนธุรกรรมต่ำกว่า 2) ขยายจำนวนหลักทรัพย์ที่ลงทุน เพิ่มจำนวนหุ้นในพอร์ตให้กว้างขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาหุ้นไม่กี่ตัว ช่วยลดความเบี่ยงเบนของพอร์ตเมื่อเทียบกับดัชนี โดยเฉพาะในช่วงที่ความกระจุกตัวเพิ่มสูงขึ้น
จากปัจจัยบวกข้างต้น แนะนำนักลงทุนสามารถทยอยซื้อสะสมหุ้นเวียดนามได้ผ่าน PRINCIPAL VNEQ โดยในระยะข้างหน้าตลาดหุ้นเวียดนามมีโอกาสที่จะมีการปรับตัวขึ้นแบบกระจายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลัง Foreign Fund Flow ที่มีแนวโน้มไหลเข้า หากตลาดหุ้นเวียดนามถูกเพิ่มไปใน FTSE Emerging Markets อย่างเป็นทางการ และตลาดยังคงคาดการณ์ว่ากำไรของตลาดหุ้นเวียดนามมีโอกาสที่จะโตถึง 14% และ 16% ในปี 2026 และ 2027 ตามลำดับ (Source: Bloomberg as of 13 January 2026)
นักลงทุนสามารถอ้างอิงสัดส่วนกองทุนแนะนำที่เหมาะสมได้ตามตารางด้านล่าง
คำเตือน:
Principal Asset Allocation Plan เป็นบริการการแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนแบบการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่าง ๆ (Asset Allocation) ตามระดับความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ลงทุน โดยเป็นการพิจารณาและประเมินภาวะการลงทุน เพื่อการสร้างและปรับพอร์ตอย่างสมดุล และอาจจะพิจารณาและนำเสนอการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนหรือปรับพอร์ตลงทุนเป็นรายเดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสอดรับกับภาวะการลงทุน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เปลี่ยนไปตามภาวะตลาดส่งผลให้สัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ที่ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนไปจากสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม อาจทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเข้าสู่สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม Principal Asset Allocation Plan เป็นเพียงคำแนะนำของ บริษัทจัดการ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาดหวัง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจการจัดสรรการลงทุน (Basic Asset Allocation) ตามคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต.
พอร์ตการลงทุนดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการสัดส่วนการลงทุน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลงทุนจริง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ ประมาณการสัดส่วนการลงทุน ไม่ใช่การรับประกันหรือยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำอธิบายประกอบ Clients’ Portfolio Model 5 พอร์ตลงทุนแนะนำ
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “ปานกลางค่อนข้างสูง” แนะนำพอร์ตการลงทุน “Income”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูง” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income” และ “Balance”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูงมาก” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income”, “Balance”, “Growth”, “Active Growth” และ “Global Growth”
• ทั้งนี้หากท่านผู้ลงทุนมีความประสงค์จะลงทุนในพอร์ตลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าระดับความเสี่ยงการลงทุนของท่าน ท่านจะต้อง “ยืนยัน” รับทราบความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนที่ท่านได้เลือกลงทุนผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / PRINCIPAL GCREDIT, PRINCIPAL USEQ กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GLEADER และ PRINCIPAL GIFUH กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในอเมริกาเหนือ และยุโรปผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL MYRFIUH กองทุนหลักลงทุนลงทุนกระจุกตัวในประเทศมาเลเซีย ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL iPROPEN ลงทุนกระจุกตัวในประเทศแถบเอเชีย ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL VNEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DEF นี้มีการกระจุกตัวของการถือหน่วยการลงทุนจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ถือหน่วยการลงทุนเกิน 1 ใน 3 เป็นสัดส่วนร้อยละ 75.60 (ณ วันที่ 31 ต.ค. 2568) โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ (www.principal.th) / PRINCIPAL DPLUS มีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วนซึ่งจะไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ ดังนั้น บริษัทจัดการจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุน ณ ต่างประเทศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว / PRINCIPAL MYRFIUH และ PRINCIPAL GIFUH จะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้นกองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / PRINCIPAL iPROPEN เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และ/หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(REITs) และ/หรือกองทุนรวม โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงในลักษณะเดียวกับการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง เช่น ความเสี่ยงจากความผันแปรของค่าเช่าและอัตราการเช่า การเพิ่มขึ้นของภาษีทรัพย์สิน การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ค่าเสื่อมราคาของอาคารเมื่อเวลาผ่านไป และการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น รวมถึงความเสี่ยงจากการกระจุกตัวอาจทำให้มี ความผันผวนมากกว่าการลงทุนทีกระจายการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม / บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ /ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

