เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด แต่มีมุมมอง Hawkish มากขึ้น จัดพอร์ตรับความไม่แน่นอน ด้วยกองทุน SIGNATURE Series
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ (12 ต่อ 0 เสียง) ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50 – 3.75% ในการประชุมคืนที่ผ่านมา ตามที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งนับเป็นการประชุมครั้งแรกของ Kevin Warsh ในฐานะประธานเฟดคนใหม่ โดยมีการปรับรูปแบบแถลงการณ์ให้สั้นลงและตัดข้อความเกี่ยวกับการให้ forward guidance ออกไปบางส่วน โดยกล่าวว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี ขณะที่ตลาดแรงงานยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น (Supply shock)
ด้านของ Dot plot ล่าสุดสะท้อนมุมมองที่ hawkish ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยหนึ่งครั้งในปีนี้ ขณะเดียวกันได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยปี 2026 ขึ้นเป็น 3.8% จาก 3.4% ในการประชุมก่อนหน้า และปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ Core PCE เป็น 3.3% จาก 2.7% สะท้อนว่าเฟดยังมองว่าเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% ไปอีกระยะ
ขณะที่ตลาดได้ปรับมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยลักษณะ Higher for Longer จากเดิมที่คาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ โดยให้น้ำหนักมากขึ้นว่าเฟดอาจเริ่มขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่ช่วงก.ย. – ต.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้แรงกดดันทั้งด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงานมีแนวโน้มทยอยปรับตัวลงในระยะถัดไป
ภายใต้ภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังต้องติดตามทั้งเรื่องทิศทางดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้รายได้สม่ำเสมอจะช่วยให้พอร์ตการลงทุนทนทานต่อความไม่แน่นอน บลจ.พรินซิเพิลแนะนำลงทุน SIGNATURE GINCOME กองทุนหลักมีเป้าหมายสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอประมาณ 6% ต่อปีในสกุลเงิน USD กระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลกเน้นลงทุนตราสารหนี้คุณภาพดี (Investment Grade) เป็นหลัก โดยสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีที่ 6.8% (Source: Bloomberg as of 18 June 2026) และกองทุน SIGNATURE GINGRO กองทุนหลักมีเป้าหมายคาดหวังผลตอบแทนรวมระยะยาวประมาณ 8 – 10% ต่อปีในสกุลเงิน USD และสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอประมาณ 4 – 4.5% ต่อปีในสกุลเงิน USD กระจายการลงทุนแบบ Multi-Asset ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาวและกระแสเงินสดสม่ำเสมอ โดยกองทุนหลักตั้งแต่จัดตั้งเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2025 สร้างผลตอบแทนย้อนหลังโดดเด่นที่ 10.41% (Source: Bloomberg as of 18 June 2026)
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า(กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / กองทุนมีนโยบายลงทุนในกองทุนต่างประเทศ บริษัทจัดการอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม จึงอาจยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินเหลืออยู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อีกทั้งการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น / กองทุนมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจ (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) /ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / ผู้ลงทุนควรศึกษาเงื่อนไขการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติของหน่วยลงทุนได้ที่ www.principal.th

