แนะนำซื้อหุ้นญี่ปุ่น PRINCIPAL JEQ และหุ้นกลุ่มการแพทย์ PRINCIPAL GHEALTH ตามกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น

Image

 

  • ในปี 2025 ตลาดหุ้นในฝั่งเอเชียทำผลตอบแทนได้โดดเด่น นำโดยตลาดหุ้นเกาหลี ญี่ปุ่น และจีน โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI จากการกระจายการลงทุนออกจากหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ที่มูลค่าตึงตัว รวมไปถึงแรงหนุนจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางหลักทั่วโลก ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หนุนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก 

  • ตลาดหุ้นญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ทำผลตอบแทนดีที่สุดในปี 2025 โดยมีปัจจัยบวกทั้งจากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ จากการโยกย้ายเงินลงทุนออกจากหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI ของโลก ประกอบกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงช่วยหนุนภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีความน่าสนใจมากขึ้น 

  • นอกจากนี้ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังมีแรงหนุนภายในประเทศด้วยงบประมาณภาครัฐปี 2026 ที่มีขนาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุกของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ และการปฏิรูปธรรมาภิบาลองค์กรที่ส่งผลให้มีการซื้อหุ้นคืน ปรับโครงสร้างองค์กร และเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น ทำให้นักวิเคราะห์ปรับแนวโน้มการเติบโตของกำไรในหุ้นญี่ปุ่นขึ้นต่อเนื่อง และหนุนให้ Fund flow ไหลกลับมายังตลาดหุ้นญี่ปุ่นจากปัจจัยบวกข้างต้น บลจ.พรินซิเพิล จึงแนะนำซื้อกองทุนหุ้นญี่ปุ่นผ่าน PRINCIPAL JEQ ตามกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น  (Tactical Call)

  • นอกจากนี้เราแนะนำซื้อหุ้นกลุ่มการแพทย์ผ่าน PRINCIPAL GHEALTH จากมูลค่าที่ยังคงอยู่ในระดับที่ยังไม่แพง และยังเป็นกลุ่มที่มีความเป็น Defensive และมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ทำให้มี Downside ที่ค่อนข้างจำกัด อีกทั้งนักวิเคราะห์ยังคงมีการปรับแนวโน้มการเติบโตของกำไรในหุ้นกลุ่มการแพทย์ขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุด FDA ได้อนุมัติยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 ในรูปแบบเม็ดเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี และจะช่วยหนุน Sentiment ในหุ้นกลุ่มการแพทย์ในระยะต่อจากนี้ เนื่องจาก GLP-1 มีราคาถูกกว่า ใช้งานสะดวกกว่า และเข้าถึงผู้ป่วยได้ง่ายกว่ายาแบบฉีด

Image
Image
Image


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ / PRINCIPAL JEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศญี่ปุ่นผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / กองทุน PRINCIPAL GHEALTH ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Healthcare ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจํานวนมาก / กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย /บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุน PRINCIPAL GHEALTH ในอนาคตเป็น Feeder Fund หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์และทรัพย์สิน ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศได้ หรือกลับมาเป็นกองทุน Fund of Funds  ได้โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน/ บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ /ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต