แนะนำซื้อกองทุนหุ้นสหรัฐฯ PRINCIPAL USEQ ตามกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น
บลจ.พรินซิเพิล แนะนำซื้อหุ้นสหรัฐฯ ผ่าน PRINCIPAL USEQ ตามกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น (Tactical Call) เพื่อรับโอกาสการเติบโตของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจและแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง รวมถึงมูลค่าที่ไม่แพง
โดยตลาดได้รับรู้เส้นทางการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดไปมากแล้ว อ้างอิงจาก CME FedWatch Tool ตลาดให้น้ำหนักถึง 57.6% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ต.ค. และให้น้ำหนักที่ 45.6% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค. ดังนั้นหากเฟดดำเนินนโยบายตามที่ตลาดคาด ผลกระทบต่อตลาดหุ้นมีแนวโน้มจำกัด
แรงกดดันเงินเฟ้อมีโอกาสผ่อนคลายลง จากทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง และการปรับวิธีคำนวณ PCE ที่จะมีผลในวันที่ 30 ก.ย. นี้ โดยปรับปรุงวิธีการประมาณการและถ่วงน้ำหนักในองค์ประกอบบางส่วนของภาคบริการและสินค้า เพื่อให้สะท้อนพฤติกรรมการบริโภคที่แท้จริงในยุคปัจจุบันมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้ Core PCE ถูกปรับลดลงราว 0.20% ทั้ง 2 ปัจจัยช่วยลดความเสี่ยงที่ เฟดจะต้องดำเนินนโยบายเข้มงวดเกินกว่าที่ตลาดคาด และเป็นปัจจัยสนับสนุน Sentiment ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ
เศรษฐกิจสหรัฐฯ และแนวโน้มกำไรบริษัทยังแข็งแกร่ง ขณะที่มูลค่าไม่แพง โดยประมาณการเดือน ก.ย. ของเฟดปรับคาดการณ์ GDP ปี 2026 และ 2027 ขึ้นเป็น 2.3% และ 2.4% ตามลำดับ พร้อมปรับลดคาดการณ์อัตราการว่างงานลงเป็น 4.1% ขณะที่ตลาดคาดการณ์กำไรตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P 500 Index) จะโตได้ถึง 12% ขณะที่ Forward P/E ยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
จากปัจจัยข้างต้น เราจึงมองว่าจังหวะปัจจุบันเหมาะสำหรับการซื้อกองทุน PRINCIPAL USEQ ตามกลยุทธ์ Tactical Call โดยมีกองทุนหลักคือ Principal U.S. Mega-Cap ETF เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ใน 50% แรกของดัชนี S&P500 และบริหารพอร์ตเชิงรุกด้วยกลยุทธ์การวิเคราะห์เชิงปริมาณที่เป็นกระบวนการเฉพาะของ PRINCIPAL โดยให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีความแข็งแกร่งของงบดุล ความยืดหยุ่นของกระแสเงินสด และทนทานต่อความผันผวนเศรษฐกิจ
ตลาดรับรู้การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดไปในระดับหนึ่งแล้วSource: cmegroup.com as of 22 September 2026
คำเตือน: ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

