ผู้ชนะของโลกไม่เคยเป็นบริษัทเดิม ลงทุนกับ 15 ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกบน กองทุนเปิดพรินซิเพิล ยูเอส เอ็นดีคิว15 (PRINCIPAL NDQ15)


รับชม Video รายละเอียดกองทุน 

Image

แชมป์ Nasdaq ไม่เคยเป็นคนเดิม! ทุกยุคมีผู้นำใหม่ขึ้นมาตามเมกะเทรนด์ที่เปลี่ยนไป

🚀 แชมป์ Nasdaq ไม่เคยเป็นคนเดิม! ทุกยุคมีผู้นำใหม่ขึ้นมาตามเมกะเทรนด์ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอดีต จนถึง AI ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก ทำให้ตลาด Nasdaq ซึ่งเป็นแหล่งรวมบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำระดับโลก เป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตามอง เพื่อเปิดรับโอกาสเติบโตจากเมกะเทรนด์แห่งอนาคต

🎯 เพื่อไม่พลาดการลงทุนบลจ.พรินซิเพิล ขอเสนอ กองทุน PRINCIPAL NDQ15 เปิดโอกาสลงทุนใน 15 หุ้นผู้นำที่คัดเลือกจากดัชนี Nasdaq-100 และปรับพอร์ตอย่างเป็นระบบทุกไตรมาส เพื่อให้สอดคล้องกับผู้นำตลาดในแต่ละยุคโดยผลตอบแทนของพอร์ตจำลองเหนือกว่า Nasdaq-100 ในทุกช่วงเวลา


ดูข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ 
https://www.principal.th/th/principal/NDQ15-A
 

 << ดาวน์โหลดแล้วซื้อกองทุนผ่านแอป Principal TH คลิก >>

Image

ย้อนดูผู้นำในแต่ละยุคในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

🏆 แชมป์ Nasdaq ไม่เคยเป็นคนเดิม! ย้อนดูการเปลี่ยนแปลงของหุ้นผู้นำตลาดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่สะท้อนให้เห็นว่าแต่ละยุคมีผู้นำที่แตกต่างกันไปตามเมกะเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลง

🌐 ปี 2016 | Internet & Healthcare
ยุคที่หุ้นกลุ่มอินเทอร์เน็ตและนวัตกรรมสุขภาพมีบทบาทสำคัญในตลาด

☁️ ปี 2020 | Cloud & Digital
ยุคที่หุ้นกลุ่ม Cloud และธุรกิจดิจิทัลก้าวขึ้นมามีบทบาทมากขึ้น

🧠 ปี 2023 | AI เริ่มต้น
ยุคที่หุ้นเทคโนโลยี AI และผู้ผลิตชิปเริ่มก้าวขึ้นมาโดดเด่น

🤖 ปี 2026 | AI Economy
ยุคที่หุ้นกลุ่ม AI และโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีกลายเป็นผู้นำสำคัญของตลาด

🔎 เมื่อ 10 ปีก่อน NVIDIA, Micron และ AMD ยังไม่ใช่ตัวเด่นของตลาด แต่วันนี้กลับก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในยุค AI สะท้อนให้เห็นว่าโอกาสการลงทุนเปลี่ยนแปลงไปตามเมกะเทรนด์ในแต่ละช่วงเวลา

💡 เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน ผู้นำตลาดก็เปลี่ยนตาม กองทุน PRINCIPAL NDQ15 จึงมีกลยุทธ์คัดเลือก 15 หุ้นผู้นำจากดัชนี Nasdaq-100 พร้อมปรับพอร์ตอย่างเป็นระบบทุกไตรมาส เพื่อให้สอดคล้องกับผู้นำตลาดในแต่ละยุค และเปิดรับโอกาสเติบโตจากเมกะเทรนด์แห่งอนาคต

Source: Principal Thailand, Bloomberg as of 30 September 2026

Image

ทำไมสหรัฐฯ ถึงเป็นตลาดสำคัญ ในการลงทุนรับเมกะเทรนด์โลก

🌎 ทำไมนักลงทุนถึงต้องลงทุนในสหรัฐฯ? เพราะสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นเพียงตลาดหุ้นขนาดใหญ่ระดับโลก แต่ยังเป็นศูนย์กลางของบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำ ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเมกะเทรนด์แห่งอนาคต

🔎 3 เหตุผลที่ทำให้สหรัฐฯ เป็นตลาดที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
1. รวมผู้นำระดับโลก เป็นแหล่งรวมบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญในตลาดโลก
2. ขับเคลื่อนเมกะเทรนด์สำคัญ เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้ง AI, Cloud Computing, Semiconductor และ Space
3. สร้างโอกาสเติบโตระยะยาว ด้วยเม็ดเงินลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

💡 รู้หรือไม่? บริษัทชั้นนำที่ขับเคลื่อนเมกะเทรนด์โลก หลายบริษัทก็มาจากสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน 
ไปจนถึงนวัตกรรมแห่งอนาคต ล้วนมีบริษัทสหรัฐฯ เป็นผู้เล่นสำคัญ เช่น

🧠 Generative AI | เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสร้างสรรค์เนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น ChatGPT จาก OpenAI, Microsoft Copilot และ Gemini จาก Google
🚗 EV & Autonomous | เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและระบบขับขี่อัตโนมัติแห่งอนาคต เช่น Tesla, Waymo และ Robotaxi
🛰️ Space | เทคโนโลยีอวกาศและระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม รวมถึงการพัฒนาจรวดนำกลับมาใช้ซ้ำ เช่น SpaceX และ Starlink
⚛️ Quantum Computing | เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผลและแก้ปัญหาที่ซับซ้อน เช่น IBM Quantum และ Google Quantum AI
☁️ Cloud & Ecommerce | เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน Cloud และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ขับเคลื่อนธุรกิจและการค้าออนไลน์ เช่น Amazon, AWS และ Netflix
🔐 Cybersecurity | เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และปกป้องข้อมูลจากภัยคุกคามในโลกดิจิทัล เช่น CrowdStrike, Palo Alto Networks และ Zscaler

🎯 เพราะสหรัฐฯ เป็นมากกว่าตลาดหุ้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของผู้นำเทคโนโลยีโลก เปิดรับโอกาสลงทุนใน 15 หุ้นผู้นำ ที่คัดเลือกจากดัชนี Nasdaq-100 ด้วยกลยุทธ์ แบบ Rule-Based มีหลักเกณฑ์ชัดเจน ให้น้ำหนักแต่ละบริษัทใกล้เคียงกัน และปรับพอร์ตทุกไตรมาส  เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของผู้นำตลาด ผ่านกองทุน PRINCIPAL NDQ15

Source: Bloomberg, Naukri,  Forbes, Spacenews Principal as 16 December 2025,  2025 and 2026 are estimated

Image

จุดเด่นกองทุน PRINCIPAL NDQ15

🎯 คัดเลือก 15 หุ้นผู้นำจาก Nasdaq-100 ด้วยกระบวนการลงทุนที่เป็นระบบและมีวินัย ผ่านกองทุน PRINCIPAL NDQ15 ที่มุ่งลงทุนในหุ้นผู้นำตลาด พร้อมกลยุทธ์คัดกรองหุ้นตามมูลค่าตลาดและสภาพคล่อง จัดน้ำหนักลงทุนเท่ากัน (Equal Weight) และปรับพอร์ตทุกไตรมาส เพื่อให้สอดคล้องกับผู้นำตลาดในแต่ละช่วงเวลา ผ่าน 4 ขั้นตอนสำคัญ

1️⃣ ลงทุนในดัชนี NASDAQ100
- เริ่มต้นจากหุ้นในดัชนี NASDAQ 100 ครอบคลุมบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเติบโตของสหรัฐฯ 
- ใช้เป็นกรอบการลงทุนในการคัดเลือกหุ้น

2️⃣ คัดกรอกหุ้น ตามมูลค่าตลาดและสภาพคล่อง
- คัดเลือกเฉพาะบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่ โดยเรียงลำดับจากมูลค่าสูงสุด เพื่อมุ่งเน้นการลงทุนในผู้นำตลาด
- พิจารณาสภาพคล่องในการซื้อขาย เพื่อให้มั่นใจว่าหลักทรัพย์สามารถซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับการบริหารพอร์ตการลงทุน

3️⃣ คัดเลือก 15 หุ้นผู้นำ พร้อมจัดสัดส่วนลงทุนเท่ากัน
- คัดเลือก 15 หลักทรัพย์ ที่ผ่านเกณฑ์ โดยเรียงจาก Market Cap และ สภาพคล่องดี
- จัดสรรน้ำหนักการลงทุนที่เท่ากันในแต่ละหลักทรัพย์
-ช่วยลดการกระจุกตัวของพอร์ตและเพิ่มการกระจายความเสี่ยง

4️⃣ ปรับพอร์ตการลงทุน ทุกไตรมาส
- ทบทวนและปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนเป็นรายไตรมาส
- ปรับเปลี่ยนรายชื่อหลักทรัพย์ให้สอดคล้องกับเกณฑ์การลงทุนและสภาวะตลาด
- ช่วยรักษาคุณภาพของพอร์ตการลงทุนและสะท้อนผู้นำตลาดในแต่ละช่วงเวลา

🚀 กองทุน PRINCIPAL NDQ15 คัดเลือก 15 ผู้นำจาก Nasdaq-100 คัดกรองหุ้นตามมูลค่าตลาดและสภาพคล่องอย่างเป็นระบบ จัดน้ำหนักลงทุนเท่ากัน (Equal Weight) พร้อมปรับพอร์ตทุกไตรมาส

Source: Principal Thailand, Bloomberg as of 30 September 2026, Principal Asset Management (Thailand) as of 30 September 2026

Image

พอร์ตการลงทุน PRINCIPAL NDQ15 กระจายน้ำหนักการลงทุนเท่ากันทุกหลักทรัพย์

เปิดพอร์ต 15 หุ้นผู้นำ กับ PRINCIPAL NDQ15 ที่มุ่งคัดเลือกหุ้นขนาดใหญ่ ให้สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละยุค พร้อมจัดสรรน้ำหนักลงทุนเท่ากันทุกหลักทรัพย์ (Equal Weight) เพื่อเปิดรับโอกาสเติบโตจากบริษัทชั้นนำระดับโลก

📊 ตัวอย่างหุ้นที่มีอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) เฉลี่ย 3 ปีโดดเด่น* จากพอร์ตตัวอย่าง 15 หลักทรัพย์ ครอบคลุมบริษัทชั้นนำในหลากหลายเมกะเทรนด์เทคโนโลยี

🚀 SpaceX (SPCX) – EPS Growth 97.29%
🔴 AMD (AMD) – EPS Growth 66.41%
🚗 Tesla (TSLA) – EPS Growth 66.24%
🧠 NVIDIA (NVDA) – EPS Growth 52.09%

💡 อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่สะท้อนการเติบโตของผลประกอบการในอดีต และช่วยให้นักลงทุนเห็นศักยภาพการเติบโตของบริษัทชั้นนำในแต่ละธุรกิจ

📈 จะเห็นได้ว่า พอร์ตการลงทุนของกองทุน PRINCIPAL NDQ15 จัดสรรน้ำหนักเท่ากันทุกหลักทรัพย์ (Equal Weight) ที่ 6.67% ช่วยกระจายความเสี่ยงและลดการกระจุกตัวในหุ้นใดหุ้นหนึ่ง พร้อมเปิดรับโอกาสจากศักยภาพการเติบโตของกำไรในบริษัทชั้นนำหลากหลายธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

* เป็นพอร์ตตัวอย่าง รายชื่อและน้ำหนักอาจเปลี่ยนแปลงตามการปรับพอร์ตทุกไตรมาส ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์รายตัว
Source: Principal Thailand, Bloomberg as of 21 September 2026

Image

ตัวอย่างหุ้นผู้นำเทคโนโลยี ครอบคลุมเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ผ่านกองทุน PRINCIPAL NDQ15

ที่มุ่งลงทุนใน 15 หุ้นผู้นำตลาดขนาดใหญ่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต พร้อมเปิดรับโอกาสเติบโตจากบริษัทชั้นนำในหลากหลายธุรกิจ

🧠 NVIDIA (NVDA) 
ผู้นำชิป AI และโครงสร้างพื้นฐาน Data Center ด้วยเทคโนโลยี GPU และ CUDA โดยธุรกิจ Data Center สร้างรายได้ 89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 92.5% ของรายได้รวมในไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027

🚀 SpaceX (SPCX) 
ผู้นำเทคโนโลยีอวกาศและจรวดใช้ซ้ำ ต่อยอดสู่ธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink โดยรายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 เติบโต 92% สู่ 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากแรงหนุนธุรกิจ Connectivity และ AI

🚗 Tesla (TSLA) 
ผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด พร้อมต่อยอดสู่ระบบขับขี่อัตโนมัติและหุ่นยนต์ AI โดยธุรกิจยานยนต์ยังเป็นรายได้หลัก คิดเป็นประมาณ 73% ของรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2026

💻 Microsoft (MSFT)
ผู้นำด้านซอฟต์แวร์ Cloud และ AI ระดับโลก ที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีและการทำงานแห่งอนาคต

Source: NVIDIA, SPACEX, TESLA, MICROSOFT website, Q2 2026 Earning report

Image

ผลตอบแทนพอร์ตจำลอง NASDAQ15 ที่ทำผลตอบแทนได้เหนือกว่า Nasdaq-100

ในทุกช่วงเวลาที่เปรียบเทียบ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2569

ผลตอบแทน YTD 23.6% เทียบกับ NASDAQ100 21.1%
ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 28.6% เทียบกับ NASDAQ100 24.2%
ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีเฉลี่ย 37.1% ต่อปี เทียบกับ NASDAQ100 28.5%
ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีเฉลี่ย 21.6% ต่อปี เทียบกับ NASDAQ100 16.7%

สะท้อนผลลัพธ์ย้อนหลังของกลยุทธ์คัดเลือกหุ้นผู้นำตลาด

🎯 เบื้องหลังผลลัพธ์ดังกล่าว คือกองทุน PRINCIPAL NDQ15 มีกลยุทธ์จัดพอร์ตอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดเลือก 15 หุ้นผู้นำที่มีมูลค่าตลาดสูงและสภาพคล่องดี จัดสรรน้ำหนักลงทุนเท่ากัน (Equal Weight) เพื่อลดการกระจุกตัวในหุ้นใดหุ้นหนึ่ง พร้อมทบทวนและปรับพอร์ตทุกไตรมาส (Quarterly Rebalance) ให้สอดคล้องกับผู้นำตลาดที่เปลี่ยนไปในแต่ละยุค เพื่อมุ่งสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เหนือกว่าในระยะยาว

Source: Principal Thailand, Bloomberg as of 30 September 2026
Note: NASDAQ15 Equal weight performance does not include trading fees or fund fees.
พอร์ตจำลอง ไม่รวมค่าธรรมเนียมนี้ ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน

Image

กองทุนเปิดพรินซิเพิล ยูเอส เอ็นดีคิว15 (PRINCIPAL NDQ15) 

🚀 โอกาสลงทุนในอนาคตเริ่มต้นที่วันนี้! ถึงเวลาเดินเกมลงทุนไปกับ กองทุนเปิดพรินซิเพิล ยูเอส เอ็นดีคิว15 (PRINCIPAL NDQ15) ที่เปิดโอกาสให้คุณเข้าถึง 15 หุ้นผู้นำระดับโลกบน Nasdaq พร้อมรับโอกาสเติบโตจากเมกะเทรนด์เทคโนโลยีแห่งอนาคต ผ่าน 4 จุดเด่นสำคัญ

🌎 ลงทุนในสนามระดับโลก ‘สหรัฐฯ’ ศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกและเป็นผู้นำที่ชนะในแต่ละยุคสมัย
📊 ลงทุนใน 15 หุ้นผู้นำของ Nasdaq ให้น้ำหนักเท่ากัน ลดการกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่ พร้อมกระจายโอกาสการสร้างผลตอบแทนอย่างทั่วถึง
🔄 ปรับตามผู้นำยุคใหม่ทุกไตรมาส ผู้นำเทคโนโลยีเปลี่ยนได้เสมอ กองทุนจึงทบทวนพอร์ตทุกไตรมาสเพื่อให้ผู้ลงทุนไม่พลาดผู้นำรุ่นต่อไป
📈 ต่อยอดโอกาสการเติบโตระยะยาว ผลตอบแทนพอร์ตจำลองเหนือกว่า Nasdaq-100 ในทุกช่วงเวลาที่เปรียบเทียบ
 
💡 เมื่อเมกะเทรนด์เปลี่ยน ผู้นำตลาดก็เปลี่ยนตาม PRINCIPAL NDQ15 จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงหุ้นผู้นำระดับโลก 
พร้อมกลยุทธ์ปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อเปิดรับโอกาสเติบโตในระยะยาว
 

ลงทุนกับ 15 หุ้นผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกที่คัดเลือกจากดัชนี Nasdaq-100 
และปรับพอร์ตอย่างเป็นระบบทุกไตรมาส 
กับกองทุนเปิดพรินซิเพิล ยูเอส เอ็นดีคิว15 (PRINCIPAL NDQ15)
ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถซื้อได้ที่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด
หรือลงทุนผ่านแอป Principal TH ได้แล้ววันนี้

 << ดาวน์โหลดแล้วซื้อกองทุนผ่านแอป Principal TH คลิก >>

ดูข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ 
https://www.principal.th/th/principal/NDQ15-A

ข้อมูลกองทุนรวม บลจ.พรินซิเพิล https://www.principal.th/th/mutual-fundth
ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ https://www.principal.th/ หรือโทร 02-686-9500

ติดตามข่าวสาร และข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมจาก บลจ.พรินซิเพิล ได้ทุกช่องทาง
Facebook : https://www.facebook.com/principalthailand
YouTube : https://www.youtube.com/c/PrincipalThailand
LINE: @PrincipalThailand
Website : ​​https://www.principal.th/
หรือโทร 02-686-9500
 

กองทุนเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของกองทุนเกี่ยวกับประเภทกองทุน นโยบายการลงทุน และกลยุทธ์การลงทุน รวมทั้งเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ตามที่ได้รับมติเห็นชอบจากผู้ลงทุน จากกองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล เอ็ดดูเทค (PRINCIPAL GEDTECH) เป็นกองทุนเปิดพรินซิเพิล ยูเอส เอ็นดีคิว15 (PRINCIPAL NDQ15) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป 
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Funds) หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศได้ โดยไม่ทําให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Spectrum) เพิ่มขึ้นและผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน  / กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตัวเองด้วย / บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการ / กองทุนมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจ (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน  / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต