สิ่งที่ควรเตรียมพร้อมก่อนสิ้นปี เพื่อก้าวสู่ปีใหม่อย่างมั่นคง

เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี ชวนมาทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีนี้ เพื่อวางแผนไปสู่ปีถัดไป และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการวางแผนลดหย่อนภาษี ซึ่งหลายๆ คนก็คงเตรียมตัวมาตลอดปีภาษีแล้ว แต่คงจะไม่เสียหายหากจะมาลองทบทวนกันอีกครั้งว่าขาดเหลืออย่างไร เพิ่มเติมส่วนไหนได้บ้างเพื่อให้สามารถประหยัดภาษีได้เต็มจำนวนที่จ่ายไป ซึ่งมีสิ่งที่น่าพิจารณาอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน

1. โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามมาตรการรัฐ 
นอกจากดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย และค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตสำหรับคนทำธุรกิจที่รับชำระเงินด้วยบัตรเดบิต ก็จะมีอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงปลายปีนี้ ก็คือโครงการช้อปดีมีคืน ซึ่งเป็นสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าซื้อสินค้าและบริการ ที่จ่ายให้กับผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ในช่วง 23 ต.ค.-31 ธ.ค 2563 ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งสินค้าและบริการที่ใช้สิทธิ์ได้และได้รับความนิยมได้แก่

- ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ที่ร้านอาหาร ภัตตาคาร หรือโรงแรม: ไปทานอาหารนอกบ้านทุกครั้ง อย่าลืมขอใบกำกับภาษี ต่อมื้ออาจดูเป็นจำนวนเงินไม่มาก แต่รวมๆ แล้วก็มีส่วนช่วยได้เยอะ
- สินค้าในร้านสะดวกซื้อ: ซื้อน้อยชิ้นอาจจะไม่ค่อยสะดวก อาจถือโอกาสช้อปปิ้งของกินของใช้สำหรับปาร์ตี้ปีใหม่ก็เป็นโอกาสที่เหมาะ
- อุปกรณ์ไอที: หากถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ครุ่นใหม่ ซื้อเพียง 1 อย่างก็ใช้สิทธิ์โครงการได้เต็มจำนวนแล้ว
- การซื้อของออนไลน์ ที่ผู้ขายออกใบกำกับภาษีได้: คิดจะซื้อของเซลล์ปลายปี ต้องคำนวณความคุ้มค่าให้ดี มีประโยชน์เพิ่มก็ตรงที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้
- สินค้าและค่าบริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มทั่วไป
- สินค้า OTOP ที่ขึ้นทะเบียน OTOP แล้ว: การซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปสวัสดีปีใหม่ด้วยของดีประจำจังหวัด ก็น่าจะสร้างความประทับใจได้ไม่น้อย 
- หนังสือและ e-Book: รวบรวมซื้อหนังสือไว้อ่านในช่วงหยุดยาว จะเป็นหนังสือเรียน พัฒนาตนเองหรือพ็อคเก็ตบุ๊คอ่านเล่นก็ใช้สิทธิ์ได้เหมือนกัน

ทั้งนี้อย่าลืมตรวจสอบก่อนทุกครั้งว่าร้านค้าที่ให้บริการหรือจำหน่ายสินค้าดังกล่าว สามารถออกใบกำกับภาษีได้หรือไม่ รวมถึงหากได้ใบกำกับภาษีมาแล้วควรตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องทุกครั้ง และอย่าลืมว่าผู้ที่ได้รับสิทธิมาตรการ “คนละครึ่ง” แล้วจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ “ช้อปดีมีคืน” ได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุ

2. ประกันและการลงทุน
- ประกันชีวิต ควรมีไว้อย่างน้อย 1 ฉบับ เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นได้ ไว้ช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว หรือหากพอมีกำลังก็ซื้อประกันชีวิตเพื่อสะสมทรัพย์เพิ่มเติม เพื่อเป็นเงินเก็บสำหรับอนาคต
- ประกันสุขภาพ ในช่วงที่มีโรคติดต่อยังแพร่กระจายแบบนี้ ก็แนะนำให้ควรมีประกันสุขภาพติดตัวไว้ โดยเราสามารถนำมาลดหย่อนได้ทั้งประกันสุขภาพของตัวเอง และของพ่อแม่ ในกรณีที่พ่อแม่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี


อีกหมวดหมู่สำคัญ ที่เมื่อรวมกันแล้วสามารถนำไปลดหย่อนได้สูงสุดถึง 500,000 บาท ประกอบไปด้วย
- เบี้ยประกันชีวิตบำนาญ 
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/ กบข./ สงเคราะห์ครูฯ 
- กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช)
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
- กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)

และลดหย่อนกองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) ที่สามารถลดหย่อนเพิ่มได้อีก 200,000 บาท


ซึ่งหากใครที่ยังไม่เคยลงทุน หรือต้องการลงทุนเพิ่มเติม ทางพรินซิเพิลก็มีกองทุนดีๆ ให้เลือกลงทุนอยู่หลากหลายกองทุนด้วยกัน โดยจะขอยก 3 กองทุนเด่นมาแนะนำดังนี้

1. กองทุนเปิดพรินซิเพิล เอเชีย แปซิฟิก ไดนามิก อินคัม อิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (PRINCIPAL APDIRMF) 
ลงทุนในภูมิภาคที่เติบโตอย่างมีศักยภาพ เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ซึ่งลงทุนด้วยกลยุทธ์ Barbell Portfolio ในหุ้นหรือ REITs ที่จ่ายเงินปันผลสูง พร้อมลงทุนใน Growth Stocks และมีการปรับสัดส่วนการลงทุนแบบ Dynamic คือการปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้น REITs ตราสารหนี้ และเงินสด เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในแต่ละช่วงการลงทุน   กองทุน PRINCIPAL APDIRMF สร้างโอกาสลงทุนในหุ้นคุณภาพที่มีศักยภาพการเติบโตไปพร้อมกับ Megatrend ตัวอย่างหุ้นที่ลงทุนของกองทุนหลักคือ Tencent, SAMSUNG, Alibaba และ LG Chem

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.principal.th/th/principal/APDIRMF

2. กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ ชนิดเพื่อการออม (PRINCIPAL GOPP-SSF) 
เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ก้าวไปพร้อมกับวิวัฒนาการยุคใหม่ เพิ่มโอกาสการลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพการแข่งขันระดับโลก ซึ่งเติบโตท่ามกลางกระแสสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป (Disruptive Innovation) ตัวอย่างบริษัทที่ลงทุนในกองทุนหลักคือ Zoom, Amazon, TAL, Servicenow, Alphabet

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.principal.th/th/principal/GOPP-A หรือ https://www.principal.th/th/principal/GOPP-SSF

3. กองทุนเปิดพรินซิเพิล เอ็นแฮนซ์ พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ เฟล็กซ์ อินคัม ชนิดเพื่อการออม (PRINCIPAL iPROPEN-SSF)
โอกาสเพิ่มศักยภาพทางการลงทุน ด้วยสินทรัพย์ระดับคุณภาพ เน้นการลงทุนในสินทรัพย์ REITs ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอเชียและออสเตรเลีย มีความยืดหยุ่นในการปรับสัดส่วนและเปิดโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับกระแส Megatrend เช่น Elderly Home, Data Centre และ Logistic Centre ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่เหมาะลงทุนในภาวะดอกเบี้ยโลกที่ยังมีแนวโน้มต่ำอย่างต่อเนื่อง และสภาพคล่องที่ล้นตลาด

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.principal.th/th/principal/iPROPEN-SSF

tax 1

สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่รู้สึกว่ายังวางแผนภาษีได้ไม่เต็มร้อย แนะนำว่าต่อไปให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้ดี เพื่อใช้ในการวางแผน ควบคู่ไปกับการพิจารณาจุดประสงค์ ทั้งโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงเป้าหมายและระยะเวลาในการลงทุน ปรับให้เหมาะกับแนวทางในการใช้ชีวิตของเรา ไม่ยึดติดกับตัวอย่างจากคนอื่นๆ ที่อาจมีเป้าหมายแตกต่างกันออกไป ก็จะช่วยให้แผนในปีหน้าชัดเจนและมั่นคงขึ้นได้อย่างแน่นอน

ศึกษาข้อมูลกองทุนรวมเพิ่มเติมได้ที่ https://www.principal.th/th/mutual-fundth

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ https://www.principal.th/ หรือโทร 02-686-9595

References: https://taxbugnoms.co, www.itax.in.th, https://www.moneybuffalo.in.th
 

คำเตือน:


PRINCIPAL APDIRMF 


- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

- กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศฮ่องกงและจีน ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย

- ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวด้วย หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน ผู้ลงทุนจะ ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษี

- ผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิงยืนยันถึงผลการดําเนินงานในอนาคต

PRINCIPAL iPROPEN-SSF 


-ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

- ผู้ลงทุนโปรดศึกษาเงื่อนไขการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม หรือหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม (SSF) ในคู่มือการลงทุน โดยเป็นไปตามเกณฑ์กรมรรพากร กําหนด ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวน/หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสําคัญ ให้เข้าใจและควรเก็บหนังสือชี้ชวนไว้เป็นข้อมูล เพื่อใช้อ้างอิงในอนาคต และ เมื่อมีข้อสงสัยให้สอบถามผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนให้เข้าใจก่อนซือหน่วยลงทุน

- การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือการโอนย้ายหน่วยลงทุนของหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม หรือกองทุนเพื่อการออมจะสามารถสับเปลี่ยน หรือโอนย้ายได้ระหว่าง หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม หรือกองทุนเพื่อการออมอื่นที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วยกันเท่านั้น เว้นแต่มีกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้องประกาศกําหนด เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลง

- ผู้ลงทุนไม่สามารถนําหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเพื่อการออม หรือชนิดเพื่อการออมไปจําหน่าย โอน จํานํา หรือนําไปเป็นประกัน 

- เนื่องจากกองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และ/หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(REITs) และ/หรือกองทุนรวม โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงในลักษณะเดียวกับการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง เช่น ความเสียงจากความผันแปรของค่าเช่าและอัตราการเช่า การเพิ่มขึ้นของภาษีทรัพย์สิน การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติค่าเสื่อมราคาของอาคารเมื่อเวลาผ่านไปและการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น รวมถึงความเสี่ยงจากการกระจุกตัวอาจทําให้มี ความผันผวนมากกว่าการลงทุนที่กระจายการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม

- กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศแถบเอเชีย ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย

- เนื่องจากกองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับ เงินคืนตํ่ากว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

- กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ตอบแทน (Efficient Portfolio Management) และเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็น เหมาะสม โดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของราคาหลักทรัพย์อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน และค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง จึงมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมอื่นและกองทุนอาจได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนตํ่ า กว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

- ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต


PRINCIPAL GOPP-SSF


- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

- กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในอเมริกาเหนือ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย

- ผู้ลงทุนโปรดศึกษาเงื่อนไขการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม หรือหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม (SSF) ในคู่มือการลงทุนโดยเป็นไปตามเกณฑ์กรมสรรพากรกำหนดให้เข้าใจ หากมีข้อสงสัยให้สอบถามผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนให้เข้าใจก่อนซื้อหน่วยลงทุน

- การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือการโอนย้ายหน่วยลงทุนของหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม หรือกองทุนเพื่อการออมจะสามารถสับเปลี่ยน หรือโอนย้ายได้ระหว่าง หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม หรือกองทุนเพื่อการออมอื่นที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วยกันเท่านั้น เว้นแต่มีกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้องประกาศกําหนด เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลง

- ผู้ลงทุนไม่สามารถนําหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเพื่อการออม หรือชนิดเพื่อการออมไปจําหน่าย โอน จํานํา หรือนําไปเป็นประกัน

- ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต