กองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส เฮลท์ (PRINCIPAL iPROPPLUS)

กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมากเป็นกองทุนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีมูลค่าเงินลงทุนตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปมีสิทธิได้รับความคุ้มครองประกันชีวิต และประกันสุขภาพโดยบลจ. เป็นผู้รับภาระในการชำระค่าเบี้ยประกันทั้งหมด โดยรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมการจัดการของกองทุนรวม

 

ชื่อย่อ PRINCIPAL iPROPPLUS
ระดับความเสี่ยง 8 (เสี่ยงสูงมาก)
วันที่จดทะเบียนกองทุน 1 สิงหาคม 2561
นโยบายการลงทุนต่างประเทศ มี (≤79%)
จำนวนเงินลงทุนของโครงการ 3,000 ล้านบาท
เกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ SETPFUND TRI Index 50.00% + FSTREI TRI Index (THB) 50.00%
ประเภทโครงการ กองทุนทรัพย์สินทางเลือก, กองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds)
กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม
การป้องกันความเสี่ยงจาก
อัตราแลกเปลี่ยน

ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

ผู้จัดการกองทุน 
คุณวิน พรหมแพทย์
คุณวิทยา เจนจรัสโชติ
คุณวิริยา โภไคศวรรย์ 
คุณปณิธิ จิตรีโภชน์ 
คุณธนา เชนะกุล 
คุณวรุณ ทรัพย์ทวีกุล
นโยบายการลงทุน
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารในหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ได้ทั้งในและต่างประเทศ โดย

1) กองทุนจะมุ่งลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) (กองทุนProperty) Exchange Traded Fund ที่เน้นลงทุนในตราสารของ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REITs ETF) หน่วยของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในหมวดพัฒนาอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (กองทุน Infra) รวมถึงตราสารอื่นใดที่ให้สิทธิในการได้มาซึ่งตราสารดังกล่าวหรือกลุ่มของตราสารดังกล่าวทั้งในและต่างประเทศ

2) หุ้นในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือที่มีลักษณะเทียบเคียงได้กับหมวดพัฒนาอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงตราสารหรือสัญญาทางการเงินอื่นใดในการให้สิทธิได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าวหรือให้ผลตอบแทนกับหุ้นกลุ่มนั้นๆ โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน และหรือ

3) ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) ที่ให้ผลตอบแทนอ้างอิงกับหลักทรัพย์ หรือดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์ หรือสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือที่มีลักษณะเทียบเคียงได้กับหมวดพัฒนาอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในไทย และหรือต่างประเทศ อาทิ ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงที่ให้ผลตอบแทนเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของ PFUND Index, ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงที่ให้ผลตอบแทนเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของ Starhill Global REIT, ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงที่เชื่อมโยงกับรายได้ของอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือตราสารในหมวดพัฒนาอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวตามข้อ 1-3 โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนจะลงทุนในหน่วย CIS หน่วยของกองทุน Infra หรือหน่วยของกองทุน Property ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
1. ความเสี่ยงจากการลงทุนในกองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
2. ความเสี่ยงด้านตลาด 3. ความเสี่ยงทางธุรกิจ
4. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
5. ความเสี่ยงของประเทศที่ลงทุน
6. ความเสี่ยงจากการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
7. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง
นโยบายจ่ายเงินปันผล
พิจารณาจ่ายไม่เกินปีละ 2 ครั้ง

*ทั้งนี้ โปรดศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลโครงการ



การลงทุนในหน่วยลงทุน มิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้ ดังนั้น ผู้ลงทุนควรลงทุนในกองทุนนี้ เมื่อเห็นว่าการลงทุนในกองทุนรวมนี้ เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุนของผู้ลงทุน และผู้ลงทุนยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนได้ /ในสถานการณ์ไม่ปกติ ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุน หรืออาจได้รับชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนล่าช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน หนังสือชี้ชวน /ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจและควรเก็บหนังสือชี้ชวนไว้เป็นข้อมูล เพื่อใช้อ้างอิงในอนาคต และเมื่อมีข้อสงสัยให้สอบถามผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนให้เข้าใจก่อนซื้อหน่วยลงทุน /ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า(กองทุนรวม) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

วันทำการซื้อ

ทุกวันทำการสุดท้ายตั้งแต่เวลาเริ่มทำการถึงเวลา 15.30 น.

(การเปลี่ยนแปลงวันทำการซื้อหน่วยลงทุน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป)

มูลค่าขั้นตํ่าของการซื้อ 50,000 บาท
วันทำการขายคืน ทุกวันทำการสุดท้ายของเดือน ตั้งแต่เวลาเริ่มทำการถึงเวลา 15.00 น
มูลค่าขั้นตํ่าของการขาย ไม่กำหนด
ยอดคงเหลือขั้นตํ่า ไม่กำหนด
รับเงินค่าขายคืน ภายใน 5 วันทำการ นับจากวันคำนวณ NAV (ปัจจุบัน T+5) เฉพาะบัญชีธนาคาร CIMBT / SCB / KBANK / BAY / TMB / BBL/ LHBANK/ KK/ TBANK

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุน (% ของมูลค่าหน่วยลงทุน)*

ค่าธรรมเนียมขาย  ไม่เกิน 2.14% (ปัจจุบัน 1.00%)
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน ไม่เกิน 1.07% (ยกเว้น)
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยน  อัตราเดียวกับค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน
ค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ ไม่เกิน 0.54% (ยกเว้น)

*ค่าธรรมเนียมเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันไว้แล้ว

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (% ต่อปีของ NAV)*

ค่าธรรมเนียมการจัดการ ไม่เกิน 2.675% (ปัจจุบัน 1.391%)
ผู้ดูแลผลประโยชน์ ไม่เกิน 0.33% (ปัจจุบัน 0.0321%)
นายทะเบียน ไม่เกิน 0.54% (ปัจจุบัน 0.54%)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่เกิน 3.21%
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่เกิน 6.755% (ปัจจุบัน 1.9631%)

*ข้อมูล 1 ก.พ. 61 – 31 ม.ค. 62; ค่าธรรมเนียมเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษี อื่นใดในทำนองเดียวกันไว้แล้ว


ครั้งที่
 
วันปิดสมุดทะเบียน อัตราการจ่ายเงินปันผล (บาท/หน่วย)
ครั้งที่ 1 1/2562 14 ก.พ. 2019 0.25
รวม 0.25

** หมายเหตุ : เป็นข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2562
ทั้งนี้ โปรดศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลโครงการ

Date NAV Fund change Fund Change Percent
11.6005
0.0211
0.18 %
11.5794
-0.0571
-0.49 %
11.6365
0.0481
0.42 %
11.5884
-0.0067
-0.06 %
11.5951
0.0350
0.30 %