กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พรินซิเพิล สมดุลตามอายุ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว (Target Date Retirement Fund)
บลจ.พรินซิเพิล ได้เพิ่มแผนการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พรินซิเพิล สมดุลตามอายุ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว (Target Date Retirement Fund) ทั้งแผนสมดุลตามอายุ (Target Date) และแผนสมดุลตามความเสี่ยง (Target Risk) เพื่อช่วยให้การลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีความเหมาะสมกับช่วงอายุ และมีทางเลือกที่หลากหลายในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น
ก้าวแรกของการออมเพื่อเกษียณที่มั่นคง เริ่มจากการเลือกแผนให้เหมาะสม
มาทำความรู้จักกับ 2 แผน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พรินซิเพิล สมดุลตามอายุ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว (Target Date Retirement Fund) ที่ออกแบบมาเพื่อการออมเงินที่เหมาะสมตามช่วงอายุ และเพิ่มทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น
1️⃣ แผนลงทุนสมดุลตามอายุ (Target Date)
แผนการลงทุนที่ออกแบบตามช่วงอายุ ผู้ลงทุนไม่ต้องจัดพอร์ตด้วยตนเอง เพราะมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลให้ แผนนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกลงทุนเองหรือไม่มีเวลาติดตามภาวะตลาด
2️⃣ แผนลงทุนตามความเสี่ยง (Target Risk)
แผนการลงทุนที่ให้นักลงทุนเลือกนโยบายตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ พร้อมเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้หลากหลายมากขึ้น เช่น ตราสารหนี้ทั่วโลก ทองคำ และหุ้นคุณภาพจากประเทศศักยภาพอย่างเวียดนามและอินเดีย เหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้และสามารถติดตามข่าวสารตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ
💼 ทั้งนี้ บลจ.พรินซิเพิล พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องแผนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ เพื่อให้การออมเงินของคุณก้าวสู่เป้าหมายเกษียณอย่างมั่นใจและยั่งยืน
แผนสมดุลตามอายุ (Target Date) จากบลจ.พรินซิเพิล มีการปรับแผนการลงทุนทุกๆ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงอายุของผู้ลงทุนมากยิ่งขึ้น โดยหลักการคือ หากอายุยังน้อย สามารถรับความเสี่ยงได้มากขึ้น จึงมีโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ในขณะที่ผู้ที่อายุมากขึ้นควรเน้นความมั่นคง และรักษาเงินต้นเป็นหลัก เพื่อเสริมความปลอดภัยของพอร์ตในระยะใกล้เกษียณ
แผนการลงทุนใหม่ที่เพิ่มเติม ได้แก่: TD75, TD65, TD55, TD45 และ TD35
(ตัวเลขข้างต้นหมายถึงปีที่คาดว่าจะเกษียณ เช่น TD65 คือแผนสำหรับคนที่วางแผนเกษียณปี 2061-2065)
#ข้อดี ของการเพิ่มแผนใหม่
✅ มีแผนการลงทุนที่ครอบคลุมช่วงอายุหรือปีที่คาดว่าจะเกษียณได้ละเอียดมากขึ้น โดยแผน Target Date Series ในปัจจุบันรองรับช่วงอายุของสมาชิกที่แตกต่างกันในระยะห่างเพียง 5 ปีต่อแผน (จากเดิม 10 ปี) ทำให้สามารถเลือกแผนที่เหมาะสมกับตนเองได้แม่นยำยิ่งขึ้น
✅ เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนระยะยาวอย่างมั่นคง
สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจเลือกลงทุนในแผนลงทุนสมดุลตามอายุ (Target Date) บลจ.พรินซิเพิล ขอแนะนำวิธีการคำนวณปีเกษียณ เพื่อดูแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุง่ายๆ เพียงทำตามนี้เลย
📅 นำปี ค.ศ. ที่เกิด + อายุเกษียณของบริษัท = ปีเกษียณของคุณ
เช่น 1989 + 60 = 2049 แผนการลงทุนที่เหมาะสมคือ TD50 ซึ่งตรงกับปีเกษียณ 2046–2050
🔄 โดยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Target Date ของบลจ.พรินซิเพิล จะมีการปรับทุกๆ 5 ปี พร้อมทั้งมีแผนสำหรับหลังเกษียณ ทำให้สามารถออมเงินและลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้เหมาะสม ตามช่วงอายุมากขึ้นและเพิ่มโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนระยะยาวจนถึงหลังเกษียณอีกด้วย
👤 สมาชิกที่เกษียณแล้วสามารถเลือกคงเงินไว้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อให้การออมและการลงทุนเติบโตต่อเนื่องภายใต้การบริหารของผู้จัดการกองทุน โดยเน้นความมั่นคงในระยะยาว
ถ้าหากสมาชิกนำเงินออกไปลงทุนกองทุนเอง ก็จะไม่มีผู้จัดการกองทุนบริหารเงินลงทุนให้เหมือนกับการคงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และต้องเสียภาษีจากกำไรที่ได้รับ แต่ถ้าคงไว้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะไม่มีภาษีในส่วนนี้ และค่าธรรมเนียมในการบริหารกองทุนจะต่ำกว่ากองทุนปกติ.
🧑💼 ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่เข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Target Date จะมีการเลือกแผนการลงทุนตามปีเกษียณเพียงครั้งเดียว แล้วจะมีการปรับพอร์ตอัตโนมัติตามช่วงอายุ โดยเงินลงทุนจะถูกบริหารโดยผู้จัดการกองทุนจนถึงวัยเกษียณ
แผนลงทุนตามความเสี่ยง (Target Risk) จากบลจ.พรินซิเพิล มีการปรับแผนการลงทุนใหม่ด้วยการเพิ่มกองทุนคุณภาพสูงเข้ามา เพื่อโอกาสการลงทุนที่หลากหลาย และสามารถกระจายการลงทุนตามความต้องการได้มากยิ่งขึ้น
แผนการลงทุนใหม่ที่เพิ่มเติม ได้แก่:
TR_VNEQ ลงทุนผ่านกองทุน PRINCIPAL VNEQ ที่เน้นลงทุนในหุ้นเวียดนามแข็งแกร่งจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและเวียดนามมีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีของเอเชีย
TR_GIF ลงทุนผ่านกองทุนหุ้นโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง PRINCIPAL GIF ที่เน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่ทำธุรกิจหรือมีรายได้จากโครงสร้างพื้นฐาน
TR_GFIXED ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพจากทั่วโลก เพื่อกระจายการลงทุนที่หลากหลายและสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่มั่นคง
TR_INDIA ลงทุนผ่านกองทุน PRINCIPAL INDIAEQ ที่ลงทุนในหุ้นอินเดียเติบโตดี ซึ่งปัจจุบันอินเดียมีขนาด GDP สูงเป็นอันดับห้าของโลก
TR_iGOLD ลงทุนผ่านกองทุน PRINCIPAL iGOLD ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนทองคำ เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำ
และแผนกองทุนผสม Multi-Asset
TR_MAINCOME ลงทุนผ่านกองทุน PRINCIPAL MAINCOME ลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ เน้นตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื่นฐาน และตราสารทุนทั่วโลก
TR_MABALANCED ลงทุนผ่านกองทุน PRINCIPAL MABALANCED ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงแบบสมดุล เน้นตราสารหนี้ และตราสารทุนทั่วโลก
TR_MAGLOBAL ลงทุนผ่านกองทุน PRINCIPAL MABALANCED ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เน้นตราสารทุนทั่วโลก และควบคุมความผันผวนด้วย absolutely return strategy
กรณีเลือกแผนกองทุนผสม Multi-Asset สมาชิกจะไม่สามารถเลือกแผน DIY ได้
#ข้อดี ของการปรับแผนใหม่
✅ กระจายการลงทุนได้มากขึ้นจากกองทุนที่เพิ่มเข้ามา
✅ เพิ่มโอกาสลงทุนจากหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก
✅ มีการลงทุนที่ยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนได้ตามที่ต้องการ
✅ แผนกองทุนผสม Multi-Asset มีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการวางแผนเกษียณด้วยตนเองด้วยแผนลงทุนตามระดับความเสี่ยง (Target Risk) สามารถเลือกได้ 3 รูปแบบได้แก่ 1.แผนการลงทุนแนะนำ 4 แนวทาง 2.แผน Multi-Asset และ 3.แผน DIY
1.แผนการลงทุนแนะนำ 4 แนวทาง
🌱 แนวทางที่ 1 เน้นการเติบโต
เหมาะกับเริ่มต้นลงทุน เพื่อสะสมผลตอบแทนระยะยาว แนวทางการจัดพอร์ตเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ 50% หุ้นต่างประเทศ 25% หุ้นไทย 15% และสินทรัพย์ทางเลือก 10%
⚖️ แนวทางที่ 2 เน้นความสมดุล
เหมาะกับสร้างสเถียรภาพทางการเงิน เพื่อเป้าหมายในอนาคต แนวทางการจัดพอร์ตเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ 60% หุ้นต่างประเทศ 20% หุ้นไทย 10% และสินทรัพย์ทางเลือก 10%
💵 แนวทางที่ 3 เน้นผลตอบแทนสม่ำเสมอ
เหมาะกับสะสมความมั่งคง และสร้างสภาพคล่องทางการเงิน แนวทางการจัดพอร์ตเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ 80% หุ้นต่างประเทศ 10% หุ้นไทย 5% และสินทรัพย์ทางเลือก 5%
🛡️ แนวทางที่ 4 เน้นรักษาเงินต้น
เหมาะกับเสริมความมั่นคงให้พอร์ตและเก็บเงินก้อนไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แนวทางการจัดพอร์ตเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ 95% และตราสารหนี้ระยะสั้น 5%
2.แผน Multi-Asset
แผนการลงทุนที่ตอบโจทย์การลงทุนในทุกสภาวะตลาด สามารถเลือกลงทุนได้ตามความเสี่ยงและผลตอบแทนที่คาดหวัง ซึ่งคัดสรรการลงทุนจากหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก และมีการปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับทุกภาวะตลาด โดยมีให้เลือก 3 นโยบายได้แก่ TR_MAINCOME, TR_MABALANCED, TR_MAGLOBAL
3.แผน DIY
แผนการลงทุนที่เปิดโอกาสให้คุณกำหนดสัดส่วนของพอร์ตได้เองแบบ DIY (Do It Yourself) โดยสามารถเลือกนโยบายได้มากถึง 15 นโยบาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์และเข้าใจตลาดการลงทุนเป็นอย่างดี
ดูข้อมูลกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มเติมได้ที่ https://www.principal.th/th/provident-fund
สำหรับพนักงานหรือบริษัทที่สนใจสนใจจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สามารถติดต่อได้ที่เว็บไซต์ https://www.principal.th/ หรือโทร 02-686-9500 กด 2
LINE: @PrincipalThailand หรือกด คลิก
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และ ความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

