ใช้โอกาสตลาดปรับฐาน เข้าสะสมหุ้นญี่ปุ่นผ่าน PRINCIPAL JEQ
ตลาดหุ้นโลกเริ่มพักฐาน หลังหลายตลาดปรับขึ้นแรงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาสที่ 2 โดยแรงกดดันหลักมาจากแรงขายทำกำไรในหุ้นเทคโนโลยี/ชิป หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด หนุนคาดการณ์ว่า Fed อาจคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้นหรือมีความเสี่ยงต้องใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้น ขณะเดียวกันความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันที่ผันผวนยังกดดันบรรยากาศลงทุน
อย่างไรก็ดี เรามองว่าการอ่อนตัวรอบนี้ของตลาดหุ้นญี่ปุ่นเป็นจังหวะสะสม เนื่องจากญี่ปุ่นยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ประโยชน์ชัดเจนจาก
การออกจากเงินฝืดของประเทศ, นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจาก "ซานาเอะโนมิกส์" (Sanaenomics) ของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่เน้นลงทุนด้าน Semiconductor ปัญญาประดิษฐ์ กลาโหม และการผลิตขั้นสูง ขณะที่เงินทุนต่างชาติยังไหลเข้าหุ้นญี่ปุ่นต่อเนื่อง จากความคาดหวังการปฏิรูปบริษัทในระยะยาว ที่การเน้นการเพิ่มผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) และมุมมองเชิงบวกต่อธีม AI รวมถึงการกระจายการลงทุนออกจากตลาดอื่นบางส่วน ปัจจัยดังกล่าวเป็นแรงหนุนสำคัญให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีแรงขับเคลื่อนต่อได้ในระยะกลาง-ยาว แม้ตลาดระยะสั้นจะผันผวนจากแรงขายทำกำไร และจากปัจจัยมหภาคบ้างก็ตาม (คลิกอ่านเพิ่มเติม CIO View)บลจ.พรินซิเพิลแนะนำ ทยอยสะสมหุ้นญี่ปุ่นผ่าน PRINCIPAL JEQ ในช่วงที่ตลาดปรับฐาน โดยมีกองทุนหลัก คือ DWS Concept Nissay Japan Value Equity ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นที่มีคุณภาพและมูลค่าน่าสนใจ กระจายการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรมและเปิดโอกาสเข้าถึงการเติบโตในหุ้น Small & Mid Cap และกลุ่ม Value ที่ตลาดยังมองข้าม ส่งผลให้มี Upside ที่ยังเปิดกว้าง โดยกองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนย้อนหลังโดดเด่น ในช่วง 6 เดือนที่ +18.44% และ 1 ปี +44.31% สูงกว่าดัชนีอ้างอิง (TOPIX NTR) ที่ +14.97% และ +41.00% ในช่วงเวลาเดียวกัน (Source: Bloomberg as of 9 June 2026) (คลิกรับชมวีดีโอเพิ่มเติม)
โดยนักลงทุนสามารถอ้างอิงน้ำหนักกองทุนแนะนำได้ตามพอร์ตลงทุนแนะนำตามระดับความเสี่ยงด้านล่าง
คำเตือน: Principal Asset Allocation Plan เป็นบริการการแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนแบบการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่าง ๆ (Asset Allocation) ตามระดับความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ลงทุน โดยเป็นการพิจารณาและประเมินภาวะการลงทุน เพื่อการสร้างและปรับพอร์ตอย่างสมดุล และอาจจะพิจารณาและนำเสนอการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนหรือปรับพอร์ตลงทุนเป็นรายเดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสอดรับกับภาวะการลงทุน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เปลี่ยนไปตามภาวะตลาดส่งผลให้สัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ที่ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนไปจากสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม อาจทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเข้าสู่สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม Principal Asset Allocation Plan เป็นเพียงคำแนะนำของ บริษัทจัดการ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาดหวัง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจการจัดสรรการลงทุน (Basic Asset Allocation) ตามคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต.
พอร์ตการลงทุนดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการสัดส่วนการลงทุน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลงทุนจริง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ ประมาณการสัดส่วนการลงทุน ไม่ใช่การรับประกันหรือยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำอธิบายประกอบ Clients’ Portfolio Model 5 พอร์ตลงทุนแนะนำ
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “ปานกลางค่อนข้างสูง” แนะนำพอร์ตการลงทุน “Income”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูง” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income” และ “Balance”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูงมาก” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income”, “Balance”, “Growth”, “Active Growth” และ “Global Growth”
• ทั้งนี้หากท่านผู้ลงทุนมีความประสงค์จะลงทุนในพอร์ตลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าระดับความเสี่ยงการลงทุนของท่าน ท่านจะต้อง “ยืนยัน” รับทราบความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนที่ท่านได้เลือกลงทุนผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / PRINCIPAL GCREDIT กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรป ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GLEADER และ PRINCIPAL GIFUH กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในอเมริกาเหนือ และยุโรป ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GEF กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL MYRFIUH กองทุนหลักลงทุนลงทุนกระจุกตัวในประเทศมาเลเซีย ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL VNEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DEF นี้มีการกระจุกตัวของการถือหน่วยการลงทุนจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ถือหน่วยการลงทุนเกิน 1 ใน 3 เป็นสัดส่วนร้อยละ 86.06 (ณ วันที่ 30 เม.ย. 2569) โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ (www.principal.th) / PRINCIPAL GEF นี้มีการกระจุกตัวของการถือหน่วยการลงทุนจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ถือหน่วยการลงทุนเกิน 1 ใน 3 เป็นสัดส่วนร้อยละ 39.53 (ณ วันที่ 30 เม.ย. 2569) โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ (www.principal.th) / PRINCIPAL JEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศญี่ปุ่น ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DPLUS มีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วนซึ่งจะไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ ดังนั้น บริษัทจัดการจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุนทั้งหมด (fully hedged) (95%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / PRINCIPAL MYRFIUH และ PRINCIPAL GIFUH จะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้นกองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

