ตลาดหุ้นเริ่มผันผวนมากขึ้น แนะนำลงทุน Principal Multi-Asset Fund กองทุนที่พร้อมรับมือทุกสภาวะตลาด
ตลาดเริ่มมีความผันผวนมากขึ้น โดยปัจจัยที่กดดันคือเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต (PPI) ที่เร่งตัว ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นเหนือ100 ดอลลาร์/บาร์เรล และท่าที Hawkish ของเฟด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี และกดดันบรรยากาศการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม
เงินเฟ้อผู้ผลิต (PPI) สูงกว่าคาด โดยตัวเลข PPI เดือน ส.ค. 2026 เพิ่มขึ้น 0.4% MoM ตามที่ตลาดคาด แต่เมื่อเทียบรายปีเร่งตัวขึ้นเป็น 5.4% YoY ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปีนี้ และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 5.3% (เร่งตัวจาก 4.8% ในเดือน ก.ค.) โดยแรงกดดันหลักมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานฝั่งผู้ผลิต (Core PPI: ไม่รวมอาหารและพลังงาน) เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% MoM ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย สะท้อนว่าแรงกดดันส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวในกลุ่มพลังงาน
อีกทั้งราคาน้ำมันปรับขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ครั้งแรกในรอบกว่า 3 เดือน จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับขึ้น โดยเฉพาะรุ่นอายุ 10 ปี ที่แตะ 4.95% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2023 และทำให้ตลาดให้น้ำหนักโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 15–16 ก.ย. นี้ราว 67%
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง โดยการคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ถูกปรับขึ้นต่อเนื่อง ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวดี และเม็ดเงินลงทุนในธีม AI (AI Capex) ที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง เป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยจำกัด Downside ของตลาด ส่งผลให้ในระยะสั้นตลาดมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน และบลจ.พรินซิเพิลมีมุมมอง Neutral ต่อการลงทุนในหุ้นโลก
2 ปัจจัยชี้นำสำคัญที่ต้องติดตาม: 1) ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) เดือน ส.ค. ที่จะประกาศคืนนี้ (11 ก.ย.) 2) การประชุมเฟด วันที่ 15–16 ก.ย. ซึ่งทั้งสองปัจจัยจะเป็นตัวกำหนดภาวะตลาดในระยะถัดไป
แนะนำลงทุนในกองทุน Principal Multi-Asset ที่พร้อมรับมือทุกสภาวะตลาด (อ่านเพิ่มเติม) โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยปรับพอร์ตและกระจายความเสี่ยงให้อย่างเหมาะสม หรือหากนักลงทุนสนใจจัดพอร์ตการลงทุนด้วยตนเอง แนะนำพอร์ตการลงทุนตามระดับความเสี่ยงในหน้าถัดไป
คำเตือน:
Long-term target สัดส่วนการลงทุนดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ
นักลงทุนควรพิจารณาประโยชน์จากการลงทุนในระยะยาว โดยระยะเวลาที่เหมาะสมในการลงทุนคือ 3-5 ปีขึ้นไป
Long-term target สัดส่วนการลงทุนดังกล่าวเป็นตามดัชนีอ้างอิงของกองทุน ทั้งนี้สัดส่วนการลงทุนจริงของกองทุน สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ นักลงทุนควรพิจารณาประโยชน์จากการลงทุนในระยะยาว โดยระยะเวลาที่เหมาะสมในการลงทุนคือ 3-5 ปีขึ้นไป
ดัชนีอ้างอิงของกองทุน MAINCOME ประกอบด้วย MTMGov 0-1Yrs NTR Index 67%, SDHY LN 14%, WORLDN Index 14% ดัชนีอ้างอิงของกองทุน MABALANCED ประกอบด้วย WORLDN Index 50%, MTMGov 0-1Yrs NTR Index 30%, SDHY LN 10%, SOFRINDX Index 10% ดัชนีอ้างอิงของกองทุน MAGLOBAL ประกอบด้วย WORLDN Index 70%, BIL US 15%, SOFRINDX Index 15% โดยตัวเลขที่แสดงด้านบนเป็นการคำนวณจากข้อมูลจริงของดัชนีของแต่ละกองทุนย้อนหลังเป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี 2015 ถึงปี 2025 ซึ่งให้ผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิงเฉลี่ยประมาณ 4%,7% และ 9% ต่อปีตามลำดับ ทั้งนี้ ผลตอบแทนดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช่การรับประกัน การประมาณการ หรือการยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ที่มาข้อมูลจาก ThaiBMA และ Bloomberg
Principal Asset Allocation Plan เป็นบริการการแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนแบบการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่าง ๆ (Asset Allocation) ตามระดับความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ลงทุน โดยเป็นการพิจารณาและประเมินภาวะการลงทุน เพื่อการสร้างและปรับพอร์ตอย่างสมดุล และอาจจะพิจารณาและนำเสนอการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนหรือปรับพอร์ตลงทุนเป็นรายเดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสอดรับกับภาวะการลงทุน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เปลี่ยนไปตามภาวะตลาดส่งผลให้สัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ที่ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนไปจากสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม อาจทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเข้าสู่สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม Principal Asset Allocation Plan เป็นเพียงคำแนะนำของ บริษัทจัดการ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาดหวัง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจการจัดสรรการลงทุน (Basic Asset Allocation) ตามคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต.
พอร์ตการลงทุนดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการสัดส่วนการลงทุน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลงทุนจริง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ ประมาณการสัดส่วนการลงทุน ไม่ใช่การรับประกันหรือยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำอธิบายประกอบ Clients’ Portfolio Model 5 พอร์ตลงทุนแนะนำ
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “ปานกลางค่อนข้างสูง” แนะนำพอร์ตการลงทุน “Income”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูง” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income” และ “Balance”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูงมาก” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income”, “Balance”, “Growth”, “Active Growth” และ “Global Growth”
• ทั้งนี้หากท่านผู้ลงทุนมีความประสงค์จะลงทุนในพอร์ตลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าระดับความเสี่ยงการลงทุนของท่าน ท่านจะต้อง “ยืนยัน” รับทราบความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนที่ท่านได้เลือกลงทุน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / PRINCIPAL GCREDIT กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา และ ยุโรป ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GEF กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL APDI กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในไต้หวัน และเกาหลีใต้ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL INXUS กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศ Emerging Markets และยุโรป (ไม่รวมอังกฤษ) ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน / PRINCIPAL JEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศญี่ปุ่น ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL VNEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GIFUH ลงทุนกระจุกตัวในประเทศยุโรป และอเมริกาเหนือ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสียงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DEF มีการกระจุกตัวของการถือหน่วยการลงทุนจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ถือหน่วยการลงทุนเกิน 1 ใน 3 เป็นสัดส่วนร้อยละ 83.58 (ณ วันที่ 31 ส.ค. 2569) โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ (www.principal.th) / PRINCIPAL MYRFIUH กองทุนหลักลงทุนลงทุนกระจุกตัวในประเทศมาเลเซีย ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DPLUS มีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วนซึ่งจะไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ ดังนั้น บริษัทจัดการจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุนทั้งหมด (fully hedged) (95%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / PRINCIPAL MYRFIUH จะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้นกองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

