Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยตามคาดการณ์ เน้นย้ำเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเติบโตแข็งแกร่ง
Fed มีมติเอกฉันท์ 12-0 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่กรอบ 3.75%-4.00% ในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายน 2026 ตามที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งนับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี หลังเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับเป้าหมาย โดย Dot Plot ชี้ว่าคณะกรรมการ 16 จาก 18 ท่าน คาดว่าดอกเบี้ยจะสูงขึ้นจากระดับปัจจุบัน โดยค่ากลางอยู่ที่ประมาณ 4.1% ณ สิ้นปี 2026 สะท้อนโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในสิ้นปี บ่งบอกถึงภาวะ Higher for longer
อย่างไรก็ตาม Kevin Warsh ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการใช้จ่ายภายในประเทศมีความแข็งแกร่ง การลงทุนภาคเอกชนอยู่ในระดับสูง และตลาดแรงงานยังมีเสถียรภาพ ขณะที่เงินเฟ้อชะลอตัวลงไม่เร็วเพียงพอ โดย Fed ปรับคาดการณ์ GDP ปี 2026 และ 2027 ขึ้นเป็น 2.3% และ 2.4% จาก 2.2% และ 2.3% ตามลำดับ พร้อมปรับลดคาดการณ์อัตราการว่างงานปี 2026-2027 ลงสู่ 4.1% จาก 4.3% สะท้อนความเชื่อมั่นต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจมากขึ้น ด้านเงินเฟ้อ Fed ปรับคาดการณ์ Headline PCE ปี 2026 ขึ้นเป็น 3.7% และ Core PCE เป็น 3.4% จาก 3.6% และ 3.3% ตามลำดับ พร้อมประเมินว่าเงินเฟ้อจะยังไม่กลับสู่เป้าหมาย 2% จนถึงปี 2029
บลจ.พรินซิเพิลมองว่า Fed มีโอกาสคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม เนื่องจากใกล้กับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ที่ 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคมปีนี้ อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่งช่วยจำกัดความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย แต่ดอกเบี้ยและ Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูงอาจสร้างความผันผวนต่อสินทรัพย์เสี่ยงและหุ้นที่มี Valuation สูงได้
กลยุทธ์การลงทุน: แนะนำทยอยสะสมหุ้นโลกผ่าน PRINCIPAL GEF ในช่วงตลาดอ่อนตัว เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจยังเติบโตแข็งแกร่ง และมูลค่าตลาดหุ้นโลกอยู่ในระดับสมเหตุสมผล โดยกองทุนเน้นลงทุนหุ้นทั่วโลกผ่าน ETF เป็นหลัก พร้อมมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยติดตามภาวะตลาดและปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสม ทำให้พอร์ตมีความยืดหยุ่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรเศรษฐกิจ และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ โดยนักลงทุนสามารถอ้างอิงน้ำหนักการลงทุนได้ตามพอร์ตการลงทุนแนะนำด้านล่าง
หรือแนะนำซื้อสะสมกองทุน Signature Fund Series ที่เน้นลงทุนแบบผสมผสานสินทรัพย์หลากหลายทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนระยะยาวและเพิ่มความสมดุลให้กับพอร์ต โดยมี 2 กองทุน ได้แก่ SIGNATURE GINCOME เน้นสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ตั้งเป้าหมายประมาณ 6%* ต่อปี (สกุล USD) และ SIGNATURE GINGRO เน้นสร้างกระแสเงินสดควบคู่การเติบโตของเงินลงทุน ตั้งเป้าสร้างกระแสเงินสด 4-4.5%* ต่อปี (สกุล USD)
คำเตือน: Principal Asset Allocation Plan เป็นบริการการแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนแบบการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่าง ๆ (Asset Allocation) ตามระดับความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ลงทุน โดยเป็นการพิจารณาและประเมินภาวะการลงทุน เพื่อการสร้างและปรับพอร์ตอย่างสมดุล และอาจจะพิจารณาและนำเสนอการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนหรือปรับพอร์ตลงทุนเป็นรายเดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสอดรับกับภาวะการลงทุน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เปลี่ยนไปตามภาวะตลาดส่งผลให้สัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ที่ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนไปจากสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม อาจทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเข้าสู่สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม Principal Asset Allocation Plan เป็นเพียงคำแนะนำของ บริษัทจัดการ ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาดหวัง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจการจัดสรรการลงทุน (Basic Asset Allocation) ตามคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต.
พอร์ตการลงทุนดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการสัดส่วนการลงทุน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อลงทุนจริง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด การลงทุนและโอกาสการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ ประมาณการสัดส่วนการลงทุน ไม่ใช่การรับประกันหรือยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำอธิบายประกอบ Clients’ Portfolio Model 5 พอร์ตลงทุนแนะนำ
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “ปานกลางค่อนข้างสูง” แนะนำพอร์ตการลงทุน “Income”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูง” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income” และ “Balance”
• สำหรับผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยง “สูงมาก” ท่านสามารถลงทุนในพอร์ตการลงทุน “Income”, “Balance”, “Growth”, “Active Growth” และ “Global Growth”
• ทั้งนี้หากท่านผู้ลงทุนมีความประสงค์จะลงทุนในพอร์ตลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าระดับความเสี่ยงการลงทุนของท่าน ท่านจะต้อง “ยืนยัน” รับทราบความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนที่ท่านได้เลือกลงทุน*อัตราผลตอบแทน อัตราดอกเบี้ยและอัตราการจ่ายปันผล เป็นตัวเลขที่กองทุนหลักเปิดเผยในเอกสาร Leaflet as of October 2024 and September 2025
SIGNATURE GINGRO และ SIGNATURE GINCOME กองทุนหลักมิได้รับประกันอัตราผลตอบแทน อัตราดอกเบี้ยและอัตราการจ่ายปันผล
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / กองทุนไทย SIGNATURE GINGRO และ SIGNATURE GINCOME ตั้งเป้าหมายสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยจะทำการพิจารณารับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto Redemption) เป็นรายเดือน และจ่ายจากเงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนหลักหลังหักค่าใช้จ่าย ทั้งนี้การพิจารณารับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto Redemption) จะขึ้นอยู่กับการจ่ายเงินปันผลของกองทุนหลัก และจะเริ่มดำเนินการจ่ายเมื่อกองทุนหลักมีการจ่ายเงินปันผล / PRINCIPAL GCREDIT กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา และ ยุโรป ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GEF กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL APDI กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในไต้หวัน และเกาหลีใต้ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL INXUS กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศ Emerging Markets และยุโรป (ไม่รวมอังกฤษ) ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน / PRINCIPAL JEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศญี่ปุ่น ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL VNEQ ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL GIFUH ลงทุนกระจุกตัวในประเทศยุโรป และอเมริกาเหนือ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสียงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DEF มีการกระจุกตัวของการถือหน่วยการลงทุนจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ถือหน่วยการลงทุนเกิน 1 ใน 3 เป็นสัดส่วนร้อยละ 83.58 (ณ วันที่ 31 ส.ค. 2569) โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ (www.principal.th) / PRINCIPAL MYRFIUH กองทุนหลักลงทุนลงทุนกระจุกตัวในประเทศมาเลเซีย ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย / PRINCIPAL DPLUS มีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วนซึ่งจะไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ ดังนั้น บริษัทจัดการจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุนทั้งหมด (fully hedged) (95%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / PRINCIPAL MYRFIUH และ PRINCIPAL GIFUH จะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้นกองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ /บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) / กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุนใน https://www.principal.th/th/mutual-fundth ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

