กองทุนเดียวจบ ครบทุกเป้าหมาย เติมโตระยะยาว พร้อมรับกระแสเงินสดสม่ำเสมอ กองทุนเปิดซิกเนเจอร์ โกลบอล ไดนามิก อินคัม แอนด์ โกรท (SIGNATURE GINGRO)
รับชม Video รายละเอียดกองทุน
📉 ปีนี้นักลงทุนเผชิญความท้าทายในการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งจากนโยบายภาษีทั้งจากสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ขณะที่ตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วมีมูลค่าสูงขึ้น
🌍 ปี 2026 เป็นอีกปีที่ตลาดการลงทุนทั่วโลกต้องเผชิญกับความผันผวนสูงจากหลายปัจจัย ทั้งทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลาง เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวไม่เท่ากัน รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ตลาดหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
💰 ในสถานการณ์แบบนี้ นักลงทุนอาจต้องปรับ กลยุทธ์การลงทุน ที่ไม่เพียงโฟกัสการเติบโตของพอร์ตในระยะยาวเท่านั้น แต่ควรมี กระแสเงินสดจากการลงทุนควบคู่กันไป เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงทางการเงิน และทำให้พอร์ตสามารถรับมือกับจังหวะการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
✨ สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหากองทุนที่ตอบโจทย์ทั้งสองด้าน ขอแนะนำ กองทุนเปิดซิกเนเจอร์ โกลบอล ไดนามิก อินคัม แอนด์ โกรท (SIGNATURE GINGRO) จาก บลจ.พรินซิเพิล กองทุนที่ออกแบบมาให้ “กองเดียว...ครบทุกเป้าหมาย” ทั้งโอกาสเติบโตในระยะยาว และโอกาสรับกระแสเงินสดสม่ำเสมอ โดยกองทุนหลักเน้นกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก (Multi-Asset) ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก พร้อมปรับพอร์ตแบบ Dynamic เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด โดยกองทุนหลักมีเป้าหมายคาดหวังผลตอบแทนรวมในระยะยาวประมาณ 8–10% ต่อปีในสกุลเงิน USD และสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอประมาณ 4–4.5% ต่อปีในสกุลเงิน USD เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนรวมในระดับเลขสองหลัก พร้อมทั้งยังคงได้รับกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ 📈
บลจ.พรินซิเพิล ขอแนะนำ กองทุนเปิดซิกเนเจอร์ โกลบอล ไดนามิก อินคัม แอนด์ โกรท (SIGNATURE GINGRO)
เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) สกุลเงินบาท : 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2569
สกุลดอลลาร์สหรัฐ : 20 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
ดูข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.principal.th/th/signature/GINGRO-R
<< ดาวน์โหลดแล้วซื้อกองทุนผ่านแอป Principal TH คลิก >>
ในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนหลายคนอาจเริ่มตั้งคำถามว่า “ตลาดที่แกว่งแบบนี้ ยังน่าลงทุนอยู่ไหม?” เพราะทั้งตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทั่วโลกมีจังหวะขึ้นลงค่อนข้างเร็ว ดังนั้น บลจ.พรินซิเพิล จึงขอชวนเปิดมุมมองการลงทุนในปี 2026 ท่ามกลางความผันผวนของตลาด เพื่อมองหาโอกาสการลงทุนในปีนี้
🌍 เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องโดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ขณะที่ผลกระทบจากมาตรการขึ้นภาษีในหลายประเทศยังอยู่ในระดับจำกัด
📊 ตลาดหุ้นโลก (Equities) มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ จากกระแสการลงทุนด้าน AI การเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และแรงสนับสนุนจากนโยบายการคลังของสหรัฐฯ
⚖️ Valuation ของบางตลาดอยู่ในระดับค่อนข้างสูง หากการลงทุนด้าน AI ไม่สามารถสร้างรายได้ตามที่คาดหรือเกิดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มเติม ตลาดหุ้นอาจมีความผันผวนระหว่างการลงทุน
📈 ตราสารหนี้ (Bonds) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มที่ Fed อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ อีกทั้ง Bond Yield ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจของการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้
📌จากภาพรวมตลาดการลงทุนในปี 2026 บลจ.พรินซิเพิล มองว่ายังคงมีโอกาสเติบโต แม้ตลาดจะมีความผันผวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่่มีความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ดังนั้น การกระจายการลงทุนและปรับพอร์ตอย่างยืดหยุ่น คือสิ่งสำคัญในการลงทุนระยะยาว
กองทุน SIGNATURE GINGRO ตอบโจทย์การลงทุนดังกล่าว ที่ไม่เพียงสร้างโอกาสเติบโตในระยะยาว แต่ยังสามารถสร้างกระแสเงินสดจากพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยเสริมความมั่นคงและความยืดหยุ่นในการรับมือทุกความท้าทาย พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลกดูแลพอร์ตอย่างใกล้ชิด📊
Source: Principal Asset Management as of January 2026
✨ กองทุน SIGNATURE GINGRO มี 2 กลไกสร้างผลตอบแทนที่ทำงานควบคู่กัน คือ การสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ (Income) พร้อมกับเพิ่มโอกาสเติบโตของเงินลงทุน (Growth) เพื่อให้นักลงทุนมีกระแสเงินสดจากพอร์ตการลงทุน ขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสให้เงินลงทุนเติบโตในระยะยาว
📈 ในด้านเป้าหมายผลตอบแทน กองทุนหลักตั้งเป้าคาดหวังผลตอบแทนรวมระยะยาวประมาณ 8–10% ต่อปีในสกุลเงิน USD พร้อมสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอประมาณ 4–4.5% ต่อปีในสกุลเงิน USD โดยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก (Multi-Asset) และปรับพอร์ตอย่างยืดหยุ่นผ่าน ETF ทั้งแบบ Active และ Passive ครอบคลุมสินทรัพย์สำคัญ เช่น ตราสารหนี้ทั่วโลก หุ้นปันผล หุ้นเติบโตสูง และสินทรัพย์ทางเลือก
💡 ซึ่งกลยุทธ์การลงทุนที่โดดเด่นของ กองทุนหลักของกอง SIGNATURE GINGRO จะช่วย เสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตการลงทุน ลดความผันผวน และเพิ่มการกระจายการลงทุน เพื่อช่วยให้พอร์ตมีโครงสร้างที่สมดุลมากขึ้นในระยะยาว 📊🌍
.
Source: Signature Dynamic Income and Growth Fund Presentation as of December 2025
💡 จุดเด่นของกองทุน SIGNATURE GINGRO คือโครงสร้างพอร์ตการลงทุนที่ออกแบบมาให้ เข้าใจง่าย โปร่งใส และตรวจสอบได้ นักลงทุนสามารถเห็นภาพการลงทุนได้อย่างชัดเจนว่าพอร์ตกระจายไปยังสินทรัพย์ประเภทใด และใช้กลยุทธ์แบบใดในการสร้างโอกาสผลตอบแทน ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจและความเข้าใจในการลงทุนมากยิ่งขึ้น
📊 กองทุนหลักของ SIGNATURE GINGRO เน้นการลงทุนผ่าน ETF ทั้งแบบ Active และ Passive เพื่อกระจายการลงทุนอย่างครอบคลุม พร้อมใช้กลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลายและทันสมัย มุ่งสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยการลงทุนผ่าน ETF มีข้อดีสำคัญ ได้แก่
🔎 กระจายการลงทุน ไปยังหลายบริษัทและหลายสินทรัพย์ ช่วยลดผลกระทบจากการลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้รายตัว
⚡ สภาพคล่องสูง ซึ่ง ETF สามารถซื้อขายได้สะดวกในช่วงเวลาที่ตลาดเปิด ทำให้สามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่างรวดเร็ว
📑 โปร่งใสและตรวจสอบได้ สามารถดูรายชื่อสินทรัพย์ที่กองทุนถือครองได้อย่างชัดเจน
💰 ประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน เนื่องจาก ETF มักมีอัตราค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่ากองทุนรวมทั่วไป
📈 ในด้านกลยุทธ์การลงทุน กองทุนใช้ทั้ง Active ETFs และ Passive ETFs ร่วมกัน เพื่อผสานข้อดีของทั้งสองรูปแบบ
Active ETFs
• ใช้กลยุทธ์เชิงรุกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ
• ผู้จัดการกองทุนใช้ความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก หรือใช้กลยุทธ์การลงทุนเฉพาะทาง
• สามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่างรวดเร็วตามสภาวะตลาด
Passive ETFs
• ช่วยให้เข้าถึงการลงทุนในตลาดได้อย่างครอบคลุม
• ลงทุนตามดัชนีอ้างอิงของตลาด
• ปรับพอร์ตตามกรอบของดัชนี ทำให้โครงสร้างการลงทุนมีความชัดเจนและเป็นระบบ
จากจุดเด่นทั้งหมด กองทุน SIGNATURE GINGRO จึงสามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีทั้งความยืดหยุ่น และโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว 📊
Source: Signature Dynamic Income and Growth Fund Presentation as of December 2025
📊 กองทุนหลักของกองทุน SIGNATURE GINGRO มีการปรับพอร์ตการลงทุนแบบ Dynamic เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา พร้อมกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก (Multi-Asset) ครอบคลุมทั้ง หุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อสร้างความสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุน โดยมุ่งเน้นการสร้าง กระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับโอกาสการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว ผ่านการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีศักยภาพและกระจายการลงทุนในหลายภูมิภาคทั่วโลก
💰 10 อันดับแรกของสินทรัพย์ที่ลงทุน ได้แก่
1. JPMORGAN NASDAQ Equity Premium Income ETF 13.89%
2. NEOS S&P 500 High Income ETF 12.40%
3. Global Emerging Markets Research Enhanced Index ETF 10.16%
4. Global High Yield Corporate Bond Multi-Factor ETF 8.46%
5. US Equity Premium Income ETF 6.13%
6. JPMorgan BetaBuilders U.S. Equity ETF 4.38%
7. Japan Research Enhanced Index ETF 4.05%
8. iShares 20+ Year Treasury Bond BuyWrite Strategy ETF 3.95%
9. JPMorgan Europe Research Enhanced Index ETF 3.57%
10. Invesco KBW Bank ETF 3.31%
Source: Signature Dynamic Income and Growth Fund Presentation as of January 2026
📊 กองทุน SIGNATURE GINGRO กระจายการลงทุนด้วยกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างสมดุลระหว่าง การเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว และการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก พร้อมปรับพอร์ตอย่างยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนและเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตการลงทุน
🌍 สัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลัก กระจายไปยังสินทรัพย์หลายประเภท ได้แก่ หุ้น (Equities), ตราสารหนี้ (Fixed Income), สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative) และ เงินสด (Cash) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ต
📈 ซึ่งกองทุนหลักให้ความสำคัญกับแนวทางการลงทุนที่มุ่งสร้างผลตอบแทนในหลายมิติ ทั้งการลงทุนเพื่อการเติบโตของพอร์ตการลงทุน และมุ่งสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันยังมีการกระจายการลงทุนเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน
Source: Signature Dynamic Income and Growth Fund Presentation as of January 2026
📈จากพอร์ตจำลองการลงทุนหลัก พิสูจน์ว่ากองทุนมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น และดีกว่าดัชนีอ้างอิง โดยให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 13.4%, 3 ปี เฉลี่ย 13.4% ต่อปี และ 5 ปี เฉลี่ย 10.9% ต่อปี ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความสามารถของกลยุทธ์ในการบริหารพอร์ต ที่ครอบคลุมทั้งในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้นและช่วงที่มีความผันผวน พร้อมทั้งสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของกองทุนที่ 8%–10% ต่อปีในสกุล USD
📊 สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก ตั้งแต่วันที่จัดตั้งกองทุน 15 ตุลาคม 2025 จนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2026 หรือระยะเวลาประมาณ 4 เดือน กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ประมาณ +4.51% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการบริหารพอร์ตที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวน โดยเน้นการกระจายการลงทุนและคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาวให้กับนักลงทุน 📈
Source: Signature Dynamic Income and Growth Fund Presentation as of December 2025
Actual return of Master fund from Bloomberg (as of 7 January 2026)
กองทุน SIGNATURE GINGRO เปิดโอกาสให้นักลงทุนเลือกลงทุนได้ทั้งใน สกุลเงินบาท (THB) และ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนและความต้องการของผู้ลงทุนในแต่ละรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องการรับผลตอบแทนในสกุลเงินต่างประเทศ หรือผู้ที่ต้องการลงทุนและรับผลตอบแทนในสกุลเงินบาท
🇺🇸 กองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)
SIGNATURE GINGRO-USD-R
- เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)
- ผลตอบแทนจากการลงทุน ใกล้เคียงกองทุนหลัก
- เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการรับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
- การทำรายการซื้อจะสามารถทำได้ตั้งแต่ 20 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
🇹🇭 กองทุนสกุลเงินบาท (THB)
SIGNATURE GINGRO-R
- เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนเป็น เงินบาท (THB)
- มีโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่ม จากอัตราแลกเปลี่ยน
- เหมาะกับผู้ที่สามารถรับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้
Source: Signature Dynamic Income and Growth Fund Presentation as of December 2025
🚨 โอกาสลงทุนที่ไม่ควรพลาด!
กองทุนเปิดซิกเนเจอร์ โกลบอล ไดนามิก อินคัม แอนด์ โกรท (SIGNATURE GINGRO) กองทุนเดียวจบ ครบทั้งโอกาสเติบโตของเงินลงทุนและรับกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ท่ามกลางจังหวะตลาดที่มีความผันผวน การเลือกกองทุนที่มีทั้งการเติบโตและรายได้ระหว่างทางจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงเวลานี้
📈กองทุนหลักที่ออกแบบมาเพื่อสร้าง กระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอประมาณ 4–4.5% ต่อปีในสกุล USD ควบคู่กับโอกาสการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยกองทุนหลักมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนโดยรวมในระยะยาวเฉลี่ย ประมาณ 8–10% ต่อปี ในสกุล USD โดยนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพของกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นทั้งการเติบโตและรายได้
🌍 กองทุนหลักมีการกระจายการลงทุนทั่วโลกแบบ Multi-Asset เพื่อรับโอกาสการลงทุนในปี 2026 ผ่านพอร์ตที่ออกแบบมาให้ เข้าใจง่าย โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยลงทุนผ่าน ETF ทั้งแบบ Active และ Passive พร้อมการบริหารพอร์ตโดยทีม CIO ของ CIMB ร่วมกับ Principal ที่นำความเชี่ยวชาญระดับโลกมาช่วยคัดเลือกสินทรัพย์และปรับพอร์ตให้เหมาะกับสภาวะตลาด
รับมือความผันผวนของตลาดด้วย SIGNATURE GINGRO
กองเดียวครบทั้ง Income & Growth
ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถซื้อได้ที่
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ (Exclusively Distributed to CIMB Thai Bank)
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด
หรือสามารถลงทุนผ่านแอป Principal TH
<< ดาวน์โหลดแล้วซื้อกองทุนผ่านแอป Principal TH คลิก >>
ดูข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่
https://www.principal.th/th/signature/GINGRO-R
ข้อมูลกองทุนรวม บลจ.พรินซิเพิล https://www.principal.th/th/mutual-fundth
ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ https://www.principal.th/ หรือโทร 02-686-9500
ติดตามข่าวสาร และข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมจาก บลจ.พรินซิเพิล ได้ทุกช่องทาง
Facebook : https://www.facebook.com/principalthailand
YouTube : https://www.youtube.com/c/PrincipalThailand
LINE: @PrincipalThailand
Website : https://www.principal.th/
หรือโทร 02-686-9500
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า(กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / กองทุนมีนโยบายลงทุนในกองทุนต่างประเทศ บริษัทจัดการอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม จึงอาจยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินเหลืออยู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อีกทั้งการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น / กองทุนมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจ (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) /กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย /ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / ผู้ลงทุนควรศึกษาเงื่อนไขการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติของหน่วยลงทุนได้ที่ www.principal.th

