โลกก้าวไกล พลิกแนวโน้มเทคโนโลยีด้านการศึกษาพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

โลกก้าวไกล พลิกแนวโน้มเทคโนโลยีการศึกษาไทยพัฒนาไวกว่าเคย

การศึกษาไทยและเทคโนโลยีนั้นมีความเกี่ยวพันกันมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยี Audio Visual Projector วิทยุกระจายเสียง และมัลติมีเดีย โดยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้ชัดเจนในช่วงที่การใช้คอมพิวเตอร์แพร่หลายและมีการพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ให้สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ จึงขยายขอบเขตของการเรียนรู้ขึ้นได้มาก แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในด้านของความเร็วในการใช้งาน จนกระทั่งเข้าสู่ยุค 3G และพัฒนามาถึง 4G ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ เทคโนโลยีจึงได้รับการนำมาประยุกต์ใช้กับการศึกษามากขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ปัจจุบันภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 ทำให้เกิดกระแสธุรกิจสตาร์ทอัพต่างๆ รวมถึง EdTech หรือ Education Technology ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มาแรงตามไปด้วย อีกทั้งยังมีปัจจัยโรคระบาด โควิด-19 ที่ส่งผลให้การเรียนการสอนออนไลน์กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในระบบการศึกษา รวมไปถึงการฝึกปฏิบัติการสำหรับการทำงานอีกด้วย ซึ่งหากจะกล่าวถึงเทรนด์ของ EdTech ที่นำมาปรับใช้กับการเรียนการสอนออนไลน์ สามารถยกตัวอย่างเบื้องต้นได้ดังนี้

Gamification
การนำเอาส่วนประกอบต่างๆ ของเกมมาใช้ร่วมในคอร์สเรียน กระตุ้นให้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และสามารถบรรลุเป้าหมายที่มีการวางแผนอย่างเป็นลำดับขั้นตอนไว้ เช่น การสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล หรือปลดล็อคกิจกรรมพิเศษ นอกจากจะช่วยจูงใจผู้เรียนมากขึ้น ก็ยังช่วยอำนวยความสะดวก ให้เก็บข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ และสามารถนำข้อมูลมาประเมินผู้เรียนเพิ่มเติมได้อีกด้วย

Artificial Intelligence และ Machine Learning
หากเปรียบ AI (Artificial Intelligence) เป็นร่างกาย ML (Machine Learning) ก็เปรียบได้กับสมอง ที่ใช้ในการจดจำและส่งผลลัพธ์ สั่งให้ AI ทำหน้าที่ต่างๆ โดยมีคนคอยเขียนโปรแกรมให้กับ AI อีกที ซึ่งในทางการศึกษา จะนำมาใช้ในเรื่องของการ Personalize แนะนำหลักสูตรและบทเรียนเพิ่มเติมในแพลตฟอร์มคอร์สออนไลน์ ให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคน ตอบโจทย์ความต้องการด้านความรู้ที่แตกต่างกันในด้านของขอบเขตและความลึกซึ้ง 

AR และ VR
AR (Augmented Reality) คือการนำวัตถุ 3 มิติ มาจำลองเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง ส่วน VR (Virtual Reality) คือการจำลองสถานที่เสมือนจริงในแบบ 360 องศา และสามารถเข้าไปในที่ๆ นั้นได้ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ โดยนำมาประยุกต์ในการจำลองสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ประสบการณ์ผ่าน Computer Simulation อย่าง Flight Simulation ที่ให้นักเรียนการบิน ได้ฝึกฝนการบินก่อนปฏิบัติจริง หรือนำมาใช้ในการเรียนรู้ของการเรียนแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายและช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

ดังที่กล่าวมานั้น จึงเป็นโอกาสเหมาะในการเลือกลงทุนในธุรกิจ EdTech ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ แต่มีคู่แข่งน้อย ทำให้มีโอกาสในการแข่งขันและทำกำไรได้มาก โดยหน่วยงานวิจัยด้านการศึกษา HolonIQ คาดการณ์ว่าในปี ค.ศ.2030 จะมียอดลงทุน EdTech ทั่วโลกสูงถึงกว่า 87,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในอนาคต 

โดยทาง บลจ.พรินซิเพิล ก็มีกองทุนที่ลงทุนเกี่ยวกับ EdTech ให้เลือกลงทุนเช่นกัน ก็คือ กองทุนเปิด พรินซิเพิล โกลบอล เอ็ดดูเคชั่น เทค หรือ Principal Global Education Tech Fund (PRINCIPAL GEDTECH) ซึ่งจะนำเงินไปลงทุนต่อในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นและสิทธิอื่น ๆ ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา  สำหรับนักลงทุนที่สนใจข้อมูลกองทุน PRINCIPAL GEDTECH สามารถเข้ามาดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่ https://www.principal.th/th/principal/GEDTECH-A

คำเตือน:

- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน/ ผลตอบแทนในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
- เนื่องจากกองทุนนี้เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในกองทุนต่างประเทศ จึงอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเงินลงทุนของผู้ลงทุน
- กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย
- กองทุนหลักมีการกระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยี (Information Technology Sector) ซึ่งมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค และความล้าสมัยของสินค้า ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก และอาจมีความเสี่ยงและความผันผวนของราคาสูงกว่ากองทุนรวมทั่วไปที่มีการกระจายหลายอุตสาหกรรม
- กองทุนไทย และ/หรือกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศตามความเหมาะสม และสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งกองทุนหลักอาจได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

References:

www.holoniq.com, www.trueplookpanya.com, https://www.hostway.co.th, https://voicetv.co.th/read/Yp6IRD0C1